Play Pause
news

บริษัทออกแบบ “พาย” คว้าสุดยอดรางวัลเอสเอ็มอีแห่งชาติครั้งที่ 8

บริษัทออกแบบพาย(pye) และเพจดีไซน์ชื่อดัง ในกลุ่มจาร์เค็น โดย นางศศิวิมล สินธวณรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายสถาปัตยกรรมภายใน บริษัท จาร์เค็น จำกัด เข้ารับรางวัลสุดยอดเอสเอ็มอีแห่งชาติ หรือ SMEs National Awards กลุ่มธุรกิจงานสร้างสรรค์และออกแบบ จากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) โดยได้รับเกียรติจากรองนายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นผู้มอบรางวัล ตอกย้ำความสำเร็จแบรนด์ไลฟ์ไตล์ที่นอกจากจะผสมผสานแนวคิดการทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมขององค์กรที่มีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ และการบริหารการจัดการที่ดี ที่เกิดจากการสื่อสารแบรนด์ด้วยความสนุกสนานและเข้าใจง่าย จึงมีผู้สนใจติดตามเพจในโลกออนไลน์ติดอันดับ 1 ใน 7 ของเฟสบุ๊คที่คนไทยใช้งาน

จาร์เค็น ร่วมโครงการ ปลูกป่า ปลูกคน ฯ ฟื้นฟูป่าต้นน้ำที่ จังหวัดแพร่ พร้อมร่วมให้คำปรึกษาพัฒนาสินค้าจากป่า เพื่อสร้างอาชีพให้ชุมชน

กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด โดย นายชลธิษฐ์ ถนัดศิลปกุล รองกรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายสถาปัตยกรรม นำทีมเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ในโครงการ Little Forest ปลูกป่า ปลูกคน ปลูกใจ เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่เสื่อมโทรม ป่าต้นน้ำ ร่วมกับ ผศ.ดร.อโณทัย ชลชาติภิญโญ ประธานโครงการ Little Forest และ เชอร์รี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ นักแสดงชื่อดัง พร้อมทั้งให้คำปรึกษาการพัฒนาการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ที่ทำจากเศษไม้ เพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชน ณ สวนป่าวังชิ้น ตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่

Meet one of the distinguished judges for Asia Property Awards 2016 (Thailand) - Design Principal from JARKEN Khun Jan Sasivimol Sinthawanarong (Interior Architect)


Sasivimol Sinthawanarong (Jan)
Co-founder & Design Principal, JARKEN

Sasivimol is well known in the Thai design sector for her rational approach, intelligent combination of quality design with local craftsmanship, and details from discerning client’s brief. In 1999 she co-founded multidisciplinary design firm JARKEN. A decade later, she was recognised as one of the most promising young interior designer in Asia Pacific by the World Federation of Interior Architect. She graduated from the Faculty of Architect with major in interior architecture from Chulalongkorn University, and pursued her design research in postgraduate studies from Parson School of Design in New York and DOMUS Academia in Milano.

Judging Panel
Visit the post for more.
WWW.ASIAPROPERTYAWARDS.COM

Grand Opening FunBox

เคยไหม? เวลาจะคิดออกแบบผลิตภัณฑ์สักชิ้น รู้สึกคิดไม่ออก ไม่มีแรงบันดาลใจ ไอเดียตัน ไม่รู้จะสร้างสรรค์เทคนิคใหม่ ๆ แบบไหนดีที่ไม่ซ้ำใคร หากคุณเกิดปัญหาเหล่านี้ วันนี้เรามีตัวช่วยมาแนะนำค่ะ

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 59 ที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสไปร่วมงานเปิดตัวสถานที่แห่งใหม่ ที่จะช่วยเติมพลังความคิดสร้างสรรค์และไอเดียแปลกใหม่ ให้กับเหล่าบรรดานักคิด นักออกแบบ และบุคคลที่ชื่นชอบในการดีไซน์ ให้ได้มาสร้างแรงบันดาลใจกัน นั่นก็คือ “FunBox” (ฟันบ็อกซ์)”หลายคนคงจะสงสัยว่าคืออะไร ให้บริการอะไรบ้าง ตามมาหาคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ ^_^

“FunBox” (ฟันบ็อกซ์)” เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องงานดีไซน์ ตั้งอยู่ที่ RCA Block D บนอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น พื้นที่กว่า 600 ตารางเมตร ที่สร้างขึ้นเพื่อตอบสนอง Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการสร้างสรรค์และออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็น Unique ในตัวเอง มีชิ้นเดียวในโลก และมีเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำแบบใคร

ภายใน FunBox เป็นการรวมตัวกันของธุรกิจหลากหลายแบรนด์ ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัท จาร์เค็น ประกอบด้วย DI (ดีไอ) Concept Store, เสื้อผ้าแบรนด์ Pye Palette, Pye Design School (โรงเรียนสอนออกแบบพาย) และบริษัทไทเกอร์ลิลลี่ (TigerLily) จำกัด ซึ่งเป็น Branding Agency ให้กับแบรนด์สินค้าและองค์กรต่าง ๆ

รู้จัก FunBox กันไปเรียบร้อยแล้ว มาเยี่ยมชม FunBox ในแต่ละชั้นแบบเจาะลึกกันดีกว่าค่ะ ตามมาเลย ^_^



ชั้น 1 เป็น DI (ดีไอ) Concept Store ที่รวบรวมสินค้าคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมจากทุกมุมโลก เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่รักในการแต่งบ้านแบบทันสมัย มีดีไซน์ โดยมีให้เลือกทั้งพื้นผนังห้อง กระเบื้อง วอลเปเปอร์ ผ้าม่าน และสินค้าตกแต่งบ้านอื่น ๆ ที่เก๋ไก๋ และสามารถขอคำปรึกษาจากดีไซเนอร์ในการออกแบบ ตกแต่ง ให้ออกมาดูดีและสวยงามลงตัวด้วย


ชั้นที่ 2 เป็น DIY Workshop โดยให้ออกแบบและตกแต่งกรอบรูปตามสไตล์ของตนเอง ด้วยวัสดุต่าง ๆ เช่น เศษไม้, ผ้า, หิน, โมเสค ฯลฯ สามารถปลดปล่อยจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์กันได้อย่างเต็มที่เลย


ชั้นที่ 3 เป็นการจัดแสดงเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้า Pye Palette ซึ่งได้แรงบันดาจใจในการออกแบบมาจาก Lifestyle การทำงานของสถาปนิกในแต่ละวัน ที่เน้นสวมใส่ได้ในทุกสถานการณ์ เรียบหรู ดูดี ดูเท่ และคล่องตัว โดยเน้นสีโทนเขียว ม่วง น้ำเงิน ดำ และเทา ซึ่งคอลเลคชั่นแรกมีวางจำหน่ายแล้ว ในคอนเซ็ปต์ที่ชื่อว่า “Flow” เคลื่อนไหวและลื่นไหลไปตามสถานการณ์ ลองหามาสวมใส่กันดูได้

นอกจากนั้น ชั้นนี้ก็ยังมี Pye Design School (โรงเรียนสอนออกแบบพาย) ด้วย ซึ่งเป็นห้องเรียนรูปแบบใหม่ในการสร้างพื้นฐานงานดีไซน์ ในคอนเซ็ปต์ White Canvas สามารถปลดปล่อยจินตนาการในการดีไซน์ได้อย่างเสรี ไม่มีข้อจำกัดใด ๆ


ชั้นที่ 4 เป็น Concept Space ของบริษัทไทเกอร์ลิลลี่ (TigerLily) จำกัด ซึ่งเป็น Branding Agency ให้กับแบรนด์สินค้าและองค์กรต่าง ๆ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จัก และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สร้างความน่าสนใจให้กับสินค้าและบริการเพิ่มมากขึ้น

เดินสายรับรางวัล

ต้องบอกว่า ปีนี้ ถ้าจะเป็นปีทอง อีกปีหนึ่งของกลุ่มจาร์เค็น บริษัทดีไซน์ชั้นนำของไทย อีกล่ะ...ก็แหม๋ คิดดู เริ่มต้นปีมา บอสใหญ่อารมณ์ดี...ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ ก็ควงลูกน้องในเครือเดินสายรับ 4 รางวัลระดับบิ๊กเอเชีย จาก 2 เวทีใหญ่เทียบชั้นมิลานที่สิงค์โปร์ แถมยังเป็นเพียงหนึ่งสถาปนิกไทย ที่ได้รับเกียรติขึ้นเวทีร่วมระดมความคิดกระทบไหล่ผู้นำในภาคพื้นเอเซียอีก ด้วย ประมาณว่าหลังจากนั้น ถึงตอนนี้กลุ่มจาร์เค็นก็รับไปแล้วทั้งหมด 5 รางวัล....นี่ยังไม่นับรางวัลล่าสุดที่ได้รับการพิจารณาผลงานการออกแบบ สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในรอบปีที่ผ่านมา ของ บีซีไอ เอเชีย (BCI Asia) และ ฟิวเจอร์อาร์ต เจอร์นัล (FutrureArc Journal) ให้เป็น 1 ใน 10 บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมยอดเยี่ยมของไทยประจำปี 2558 จบงานนี้ สงสัยบอส..ต้องออกแบบบ้านไว้เก็บรางวัลอีกหลังซะแล้ว

DESIGN WITH PASSION

ศศิวิมล สินธวณรงค์“คุณแจน” Design Principal of JARKEN

จุดเริ่มต้นของบริษัทกลุ่มJARKENมีที่มาที่ไปอย่างไร : จุดเริ่มต้นก็คือเริ่มแรกเราเป็นบริษัทออกแบบตกแต่งภายในก่อน เรารับงานออกแบบตั้งแต่งาน architectureงาน interior หลังจากนั้นเราก็เริ่มมีลูกค้าที่จ้างเราทำงานออกแบบที่ไว้ใจและชอบการทำงานที่เป็นแบบของเรา ซึ่งทำให้เราได้มีโอกาสทำในส่วนของงานรับเหมาก่อสร้างที่เราออกแบบเองด้วย ทำให้เกิดเป็นจุดเริ่มต้นของบริษัทJK Buildersซึ่งทำงานในด้านรับเหมาก่อสร้างได้รับงานที่มีระดับใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ร่วมทั้งมีงานที่เป็น commercial เพิ่มขึ้นจากตอนแรกหลังจากนั้นก็เริ่มมีบริษัทออกแบบpyeเป็น Brand Designที่รองรับกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ที่ความเป็นตัวของตัวเองสูง มีความแตกต่างกันก็คือ JARKENจะรับงานขนาดใหญ่กว่า ส่วน pyeจะรับงานขนาดเล็กกว่า แล้วก็เรื่องวิธีการทำงาน ซึ่งงานของ pyeจะจบเร็วกว่า และตอนนี้ก็เปิดบริษัทที่ทำเกี่ยวกับเรื่องของ branding ชื่อบริษัท TigerLily เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งบริษัท ทำให้ JARKEN เป็นบริษัทที่สามารถตอบโจทย์งาน Design ได้ครอบคลุมทุกด้าน

แล้วทำไมตอนแรกถึงเริ่มต้นจากการเป็นบริษัทตกแต่งภายในก่อน : เพราะเราเองจบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ทำงานตรงตามสายที่เรียนมาเลย ตอนเรียนจบก็ไปหาประสบการณ์ ทำงานบริษัทออกแบบ มาสองปีจึงมาเปิดบริษัทของตัวเอง

ทำไมตอนนั้นถึงอยากมาเปิดบริษัทของตัวเอง : ตอนนั้นรู้สึกว่าเราทำงานมาสักพัก แล้วก็ค่อนข้างมีประสบการณ์เยอะขึ้น งานที่รับผิดชอบเราก็รับผิดชอบเองคนเดียว ระหว่างนั้นก็มีญาติๆ ที่จะสร้างนู้นสร้างนี่ ทำให้เรามีงานส่วนตัวค่อนข้างเยอะ ก็เลยคิดว่าออกมาทำเองเลยดีกว่า

ช่วงแรกที่เริ่มเปิดบริษัทเป็นอย่างไรบ้าง : ช่วงแรกๆ ก็โอเคบริษัทของเราก็มีทีมงานประมาณสิบคน ก็มีน้องที่มาช่วยงานIn House บ้าง Out Source บ้าง แล้วก็เปิดบริษัท JARKEN เพื่อสร้างสรรค์งาน Design ในแบบของเราแต่ยังเติมเต็มความต้องการของลูกค้า ทำให้ลูกค้าจดจำเราได้ตลอดมา

แล้วหลังจากนั้นนานแค่ไหนถึงเริ่มมีการแตกธุรกิจเพิ่มขึ้นมา : หลังจากเปิด JARKENขึ้นมาก็ประมาณสองปีเราถึงเริ่มเปิด JK Bulidersหลังจากนั้นอีกสักประมาณห้าปีเราก็เปิด pyeถัดจากนั้นอีกหนึ่งปีเราก็เปิด TigerLilyเพราะเรามองว่าลูกค้าที่เดินมาหาเรา บางทีเขามีธุรกิจอยู่แล้ว ก็อยากจะได้งานที่จบที่บริษัทเดียว เราก็ช่วยคิดให้อยู่แล้วว่าแนวคิดของบริษัทคุณควรจะเป็นประมาณไหน เหมือนกับว่ามองดีไซน์ทั้งหมดเป็นเรื่องเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบกราฟฟิก การทำแบรนด์ มองเข้าไปถึงการตกแต่งภายในว่าควรเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้เราจะคิดไปพร้อมกันหมด ล่าสุดเราพึ่งไปลงนาม MOUกับทางสิงค์โปรมา ซึ่งเราจะทำบริษัทอีกแขนงหนึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่จะเป็นการนำเอา design thinking เข้ามาแก้ปัญหาองค์กรต่างๆ หรือบริษัทต่างๆ ซึ่งยังไม่เคยมีในเมืองไทยมาก่อน

Design thinking ต่อไปจะเข้ามามีความสำคัญในการทำธุรกิจหรือการออกแบบอย่างไร : จะเป็นวิธีการคิดที่จะช่วยในเรื่องการปรับองค์กรหรือวิธีการทำงานในหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝ่ายบุคคล เรื่องการเงิน หรือเรื่องอื่นๆ โดยการใช้ศาสตร์แขนงใหม่ในเรื่องของ Design thinking ในการเข้าไปศึกษาข้อมูลให้เห็นถึงปัญหาก่อนว่าปัญหาขององค์กรนั้นๆ คืออะไร แล้วก็มาวิเคราะห์ข้อมูลและใช้เครื่องมือในการแก้ปัญหา ซึ่งอาจจะไม่ใช่การแก้ปัญหาในด้านการเงิน ด้านเศรษฐศาสตร์หรืออะไร แต่เป็นการแก้ปัญหาโครงสร้างขององค์กรด้วยการนำความคิดแบบดีไซน์เนอร์มาใช้ในกระบวนการคิด

ยกตัวอย่างวิธีการแก้ปัญหาของ Design thinkingให้เราฟังได้ไหม : อย่างเรื่องของสภาพแวดล้อม ก่อนหน้านี้ก็มีอาจารย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งเขาถามเหมือนกันว่า ในเมืองไทยมีบริษัทไหนที่เขาดูแลรับปรึกษาในเรื่องการออกแบบ หรือการจัดระบบวิธีการทำงานต่างๆ ที่จะทำให้งานลื่นไหลไหม ซึ่งก็ไม่มี เราจึงมองแตกต่างจากที่อื่นตรงที่ว่าเราจะมองลงไปในข้างในองค์กรของเขาว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และคุณอยากที่จะทำอะไร เพราะว่าหลายๆ องค์กรทำธุรกิจไปแล้วก็ลืมไปว่าทำไมถึงไม่ประสบความสำเร็จ พอทำไปทำมาแล้วมันมากเกินไป หรือยุ่งยากเกินไป จริงๆ แล้วแก่นของธุรกิจของเราคืออะไรคนมักลืมตรงนั้น ซึ่งเราก็ใช้ Design thinking ในการช่วยออกแบบ การแก้ปัญหาด้วยการออกแบบมันไม่มีอะไรที่ตายตัว เราก็อาจจะแนะนำลูกค้าได้ว่ามีทางออก A B C… และอะไรที่เหมาะสมกับคุณ

อย่างการขยายธุรกิจในบริษัทของคุณมันเกิดจากอะไร : บางอันก็ชัดเจนว่าลูกค้าอยากให้เราทำเลย อย่างงานรับเหมาเราเข้าใจว่าเวลาที่ทำแบบมา แบบมันก็อยู่ในกระดาษ พอลูกค้าเขาซื้อแบบของเราไปก็ไม่มั่นใจว่าผู้รับเหมาจะทำได้ตามแบบนั้นหรือเปล่า การขยายงานแบบนี้ก็ค่อนข้างตรงไปตรงมาว่าเราขยายบริษัทเพื่อรองรับตรงนั้น แต่อีกส่วนเราก็มองว่าเราขยายบริษัทเพราะคิดว่าน่าจะนำเสนอบริการในส่วนที่เรามองเห็นอะไรบ้างอย่างด้วย อย่างการที่เราช่วยตกแต่งภายนอกทุกอย่างสวยงามแล้ว แต่ว่าธุรกิจของเขาก็ไปไม่ถึงที่สุดอย่างที่ควรเป็นอยู่ดี เพราะมันขาดอะไรบางอย่างที่จะเป็นส่วนเติมเต็มให้กับเขา นั่นจึงทำให้เราคิดถึงDesign thinking ที่สามารถนำเข้ามาใช้ เพราะเวลาเราออกแบบงาน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบองค์กร การออกแบบบ้าน เราไม่ได้คิดแค่ว่าทำให้มันจบ แล้วสวยงาม แต่เรามองไปอีกว่ามันต้องเข้าถึงความเป็นตัวเขาจริงๆ

อย่างนี้ถ้าจะให้นิยามบริษัทของคุณเองเพื่อให้คนเข้าใจสั้นๆ ง่ายๆ จะมีลักษณะอย่างไร : เราคิดว่าเราเป็นบริษัทที่ทำงานเต็มที่ เราไม่หยุดคิดเราคิดตลอดเวลา และเราก็มีสายตาที่กว้างไกลแตกต่างจากบริษัทออกแบบอื่นๆ ในขณะเดียวกันเราก็มี Passionค่อนข้างเยอะ เราสร้างแรงจูงใจให้ตนเองเสมอให้คิดแตกต่าง แล้วก็พยายามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา แล้วบริษัทของเราก็มี Passion ในเรื่องของ Art และ Design อยู่เสมอ

บริษัทและองค์กรของคุณต้องเติบโตขึ้นเรื่อยๆ คุณมีวิธีการบริหารคนอย่างไร : เรื่องนี้เป็นเรื่องยากที่สุดเลยสำหรับนักออกแบบ ในการที่ทำให้เขาคิดไปในทิศทางเดียวกันกับเรา จริงๆ เราค่อนข้างจะเปิดให้นักออกแบบทุกคนเป็นตัวของตัวเอง แต่ทำอย่างไรให้เขาคิดได้ลึกถึงรายละเอียด และมีความจริงใจในงานที่ทำตรงนั้นมากกว่าที่เราจะเสริมเขา

อย่างนี้ถ้าจะให้นิยามบริษัทของคุณเองเพื่อให้คนเข้าใจสั้นๆ ง่ายๆ จะมีลักษณะอย่างไร : เราคิดว่าเราเป็นบริษัทที่ทำงานเต็มที่ เราไม่หยุดคิดเราคิดตลอดเวลา และเราก็มีสายตาที่กว้างไกลแตกต่างจากบริษัทออกแบบอื่นๆ ในขณะเดียวกันเราก็มี Passionค่อนข้างเยอะ เราสร้างแรงจูงใจให้ตนเองเสมอให้คิดแตกต่าง แล้วก็พยายามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา แล้วบริษัทของเราก็มี Passion ในเรื่องของ Art และ Design อยู่เสมอ

แล้วอย่างคุณเองถนัดงานออกแบบในสไตล์ไหน : จริงๆ เราไม่เคยมานั่งคิดเลยว่าตัวเองเป็นสไตล์ไหน แต่หลังจากทำงานไปเรื่อยๆ เรื่องของคาแร็คเตอร์ก็คงออกมาเอง ลูกค้าก็จะพูดกันปากต่อปากว่างานของJARKENเป็นแบบModern luxury ในสไตล์ JARKENเอง มันน่าจะเป็นเรื่องของแนวความคิดเวลาที่จะเริ่มออกแบบอะไรบางอย่าง ว่าเรารวมทุกสิ่งอย่างออกมาอย่างไรมากกว่า อย่างเราเองเป็นคนที่ค่อนข้างจะใส่ใจในรายละเอียดของลูกค้ามากๆ คือใส่ใจว่าตัวตนของเขาเป็นอย่างไร เราจะบอกน้องๆ ทีมงานเสมอว่าออกแบบบ้านให้สวยใครๆ ก็ทำได้ แต่สวยอย่างไรให้เป็นบ้านของเขาจริงๆ หรือถ้าเป็นการออกแบบออฟฟิศหรือองค์กร จะทำอย่างไรให้เขาเข้าไปแล้วเป็นสถานที่ของเขาจริงๆ แล้วสถานที่นั้นก็ทำให้องค์กรของพัฒนาไปได้อย่างดี แล้วก็ทำให้คนในนั้นอยู่ได้อย่างมีความสุข

แล้วคุณมีวิธีการทำอย่างไรให้รู้จักตัวตนของลูกค้าได้จริงๆ : เริ่มต้นจากการก็พูดคุย ศึกษาหาข้อมูลลูกค้า อย่างถ้าเป็นลูกค้าที่เป็นองค์กรก็จะมีความชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งเราต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทราบถึงตัวตนที่แท้จริงของลูกค้าและจุดประสงค์ในการตกแต่งออฟฟิศครั้งนี้เป็นอย่างไร เช่น ต้องการความรู้สึกมั่นใจ ต้องการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ หรือว่าเขาต้องการให้พนักงานมาอยู่แล้วรู้สึกมีความสุขมากขึ้น อะไรคือความต้องการจริงๆ อย่างการออกแบบบ้านก็เหมือนกัน เราก็ต้องถามว่าบ้านหลังนี้เป็นอย่างไร ชีวิตของคุณเป็นช่วงเวลาไหน เพราะบางคนมีหลายบ้าน บางคนมีบ้านหลังนี้ตอนที่เพิ่งแต่งงาน เราก็จะมองว่าบ้านคู่แต่งงานใหม่ เขาจะมีไลฟ์ไตล์อย่างนี้นะ ทำอย่างไรที่จะสร้างให้เป็นการเริ่มครอบครัวที่อบอุ่น นี้คือส่วนหนึ่งของแนวความคิดว่าเราจะเอาใจไปใส่ในจิตวิญญาณเขาอย่างไร หรือตอนนั้นอาจจะเป็นช่วงที่เขาอาจมีลูกแล้วสักพัก แต่ว่าลูกกำลังโตนะ เราก็ต้องนึกภาพในแปลนที่กำลังออกแบบ ลองคิดว่าตัวเองเป็นเด็กตัวเล็กๆ แล้วเดินดูสิ มองหันซ้ายหันขวาแล้วจะแตกต่างจากเดิมอย่างไร หรือว่าเราต้องออกแบบคอนโดหลังที่ 4 ของเขาแล้ว เราก็ต้องศึกษาว่าหลัง1 2 3 ของเขาเป็นอย่างไรมาบ้าง และคุณต้องการความแตกต่างอย่างไรบ้าง เขาชอบอะไรอะไรคือสิ่งที่เขาอยู่แล้วจะมีความสุข

สำหรับนักออกแบบสามารถแยกตัวตนของตัวเองกับความต้องการของลูกค้าออกแค่ไหน : เรามองว่าลูกค้าเป็นโจทย์ เหมือนเวลาเราทำโจทย์เลขก็จะมีข้อมูลมาเต็มไปหมดเลย แต่ว่าแนวคิดที่เราจะใส่เข้าไปมันคืออะไร เราคิดว่าการออกแบบมันเป็นวินาทีที่เรากำลังจะขีดเส้น สมองกำลังจะเอาโจทย์มาเขย่าๆ รวมกัน ผสมเข้ากับจินตนาการที่เราคิดเมื่อกี้นี้ ว่ามันน่าจะเป็นแบบนี้ๆ นะ ผสมกับประสบการณ์ที่เรามีมา ผสมกับรสนิยมที่เป็นสิ่งที่อยู่ภายในของนักออกแบบแต่ละคน เอามาผสมรวมกันถึงจะวาดออกมาเป็นแต่ละห้องๆ ได้ ซึ่งมันก็สนุกตรงที่ทำให้แต่ละที่มีความน่าสนใจ

แล้วเคยมีการทำโจทย์ครั้งไหนที่ผิดครั้งใหญ่ แล้วคุณได้เรียนรู้จากมัน : ในแต่ละงานมีความยากง่ายในตัวมันเอง ซึ่งในบ้างครั้งเราจะคิดว่าถ้าเราทำได้เราน่าจะทำอย่างนี้ดีกว่า แต่ว่ามันก็เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ผสมให้เป็นประสบการณ์ทำงานของเรามากกว่า แต่ถึงกับผิดพลาดครั้งใหญ่ก็ไม่เคยมี เพราะระหว่างการทำงานเราก็ต้องให้ลูกค้าอนุมัติแบบก่อนอยู่แล้ว

เคยนับไหมว่าตัวเองทำงานมากี่ชิ้นแล้ว : ไม่เคยนับเลยค่ะ แต่เมื่อประมาณสองปีที่แล้วเคยไปลิสต์งานที่เราเคยทำมาก็เป็นร้อยกว่าชิ้น ตกใจว่านี่เราทำหมดเลยเหรอ แต่ก็เป็นงานที่เราทำร่วมกับทีมงาน มันก็เลยออกมาได้เยอะขนาดนี้

ทราบว่าบริษัทของคุณสนับสนุนให้มีการส่งผลงานเข้าประกวดตามเวทีออกแบบต่างๆการประกวดผลงานนั้นมีความสำคัญอย่างไร : สำคัญมากค่ะ คือในแง่ของนักออกแบบน้องๆ ที่ทำงานด้วยกัน มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกว่าต้องสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้ตัวเองอยู่เสมอ เป็นแรงกระตุ้นว่าผลงานของเราต้องดี นอกจากจะเป็นที่ยอมรับในบริษัท ลูกค้ายอมรับ ก็ต้องได้รับการยอมรับในระดับสากลด้วย ให้ทั่วโลกได้รู้ว่าผลงานของ JARKEN นั้นไม่แพ้ใคร แล้วมันก็มีผลให้คนภายนอกที่มองเข้ามา ว่าบริษัทของเราเติบโตแล้วก็เป็นหนึ่งในผู้นำด้านการออกแบบ อย่างน้องๆ เองถ้าคนไหนทำงานออกแบบแล้วได้รับรางวัล เราก็จะให้เขาไปรับรางวัลเองด้วย เขาก็จะรู้สึกภูมิใจที่เขาทำงานในบริษัทนี้อย่างเวทีประกวดทุกวันนี้มีเยอะมาก เราก็จะมองว่าเวทีไหนที่เข้ากับชิ้นงานของเราในเวลานั้น อย่างตอนนี้เรามีงาน Commercialเป็นออกแบบออฟฟิศ เราก็คิดว่าโอเคเราส่งอันนี้ได้

ก่อนหน้านี้คุณพูดถึงเรื่องความแตกต่าง สิ่งนี้สำหรับนักออกแบบเป็นสิ่งที่ควรให้ความใส่ใจมากแค่ไหน : เรื่องของPassion เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้นักออกแบบยังคงสนุกกับอาชีพนี้อยู่ เพราะไม่อย่างนั้นบางคนที่ทำงานได้ไม่กี่ปีก็เปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่นบ้าง น้องๆ ที่ออฟฟิศของเราไปเป็นแอร์โฮสเตสก็มี ซึ่งเป็นเรื่องปกติเลย ไม่ว่ากี่ปีๆ ก็เจอมา เราจึงมองว่า Passionเป็นสิ่งสำคัญ บางทีทำงานมันก็เหนื่อย ก็ยาก เจอลูกค้าเปลี่ยนแบบ เจอผู้รับเหมาไม่ทำตามแบบ เจอลูกค้าตัดงบ ทุกอย่างมันบั่นทอนกำลังใจของนักออกแบบทั้งหมด เราก็บอกน้องๆ ว่าต้องอดทนและรักษา Passion ยืนหยัดกับสิ่งที่เราทำและเราออกแบบจนเสร็จสมบูรณ์จริงๆ แต่สิ่งที่สำคัญก็คือเราต้องมั่นใจกับตัวเองก่อนว่าสิ่งที่เราให้กับลูกค้าไปนั้นดีจริง และใช่จริงๆ พอสิ่งที่เราออกแบบมันออกมาเป็นรูปร่างเราก็จะมีความสุข และเป็นพลังที่ทำให้เราประสบความสำเร็จในงานต่อไปเรื่อยๆ ส่วนเรื่องของการสร้างแรงจูงใจให้น้องๆ เราก็พยายามทำ ก็บอกกับเขาว่านั่งทำงานอยู่บนโต๊ะในออฟฟิศไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรหรอกนะ เราต้องพาน้องๆไป Design trip ด้วย เดือนละครั้งสองครั้ง

Design tripที่ว่าเป็นอย่างไร : ก็พาไปดูสถานที่สวยๆ ที่ไหนเสร็จก็พาไป ร้านอาหารที่ไหนเก๋ๆ ก็พาไป อย่างล่าสุดก็เพิ่งไป Vogue Lounge ตรงมหานคร แล้วมีงานสถาปนิกก็พาไปดู พร้อมกับงานของเราเองที่ทำเสร็จแล้วก็จะพาน้องๆ มาปาร์ตี้กัน แล้วก็จะพัฒนาเรื่องความรู้ความสามารถของเขา อย่างเรื่องภาษาอังกฤษเราก็มีคุณครูมาสอนให้ เพราะเรามองว่ามันสำคัญ

มีช่วงไหนไหมที่ไอเดียของคุณแห้งเหือดแล้วจัดการกับมันอย่างไร : แห้งเหือดก็คงเป็นเรื่องปกติ (หัวเราะ) ทุกคนก็คงเคยเจอ แต่เท่าที่สังเกตดู เวลาที่เจออารมณ์แบบนั้นมันมักจะเกิดจากความเหนื่อยล้า อย่างเวลาที่อยู่ตรงที่เดิมนานไปมันคิดอะไรไม่ออก มันตันแล้ว ก็จะบอกน้องๆ ว่าหยุดก่อน ไปผ่อนคลายตัวเอง พักร้อนได้แล้วไป (หัวเราะ) เพราะอย่างพวกพี่ซีเนียร์เขาจะมีวันลาพักร้อน ไปต่างจังหวัด ไปกระบี่ไปดูโรงแรมนู้นโรงแรมนี้ก็จะช่วยได้ แต่ถ้าถึงเวลาทำงานที่ต้องส่งแล้วจริงๆ แล้วยังคิดไม่ออก ก็ต้องมาช่วยกันคิดเพราะคิดคนเดียวมันตัน มาคิดดูกันว่าจริงๆ แล้วปัญหาของมันคืออะไร ถ้าหากว่าเราออกแบบโดยที่ยึดจากลูกค้าหรือองค์กรจริงๆ มันก็มีทางที่จะเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นให้เราอยู่แล้ว

ตอนนี้มีพนักงานกี่คน : นักออกแบบประมาณ30 คน ทีมอื่นก็จะมีทีมก่อสร้าง รวมๆก็ราวๆ 85 คน

แล้วมันมีช่องว่างไหมพนักงานของเราเยอะขนาดนี้ : มีค่ะ จะบอกไม่มีเลยก็ไม่ใช่ ช่องว่างก็จะมักจะเป็นเรื่องของพนักงานซีเนียร์กับจูเนียร์ ก็ต้องมีพนักงานที่เป็นรุ่นระหว่างกลางที่จะช่วยดึงคนข้างบนกับข้างล่างมาเชื่อมกัน ตัวเราเองก็ต้องพยายามศึกษาน้องๆ ด้วยว่าจริงๆ เขาคิดอะไรเขาต้องการอะไร อย่างเด็กรุ่นใหม่เขาก็จะต้องการความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูง เราก็ต้องเข้าใจและเป็นกลางให้กับทุกคน

ล่าสุดปีนี้ JARKEN ก็ได้รับรางวัลจากการประกวดอีก ช่วยเล่าให้ฟังได้ไหมว่าทำไมถึงได้รับรางวัล : อย่างของโครงการ Silom Office ที่เราทำให้ซีพีลูกค้าก็ได้รางวัล Asia Pacific Property award 2015-2016 ในสาขา Interiorนี่เป็นรางวัลล่าสุดที่เราได้ ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็ได้รางวัลจากประเทศสิงคโปร์มาคือSG Mark 2015 และ ยังได้รางวัล Asia Top Design Practice สาขาออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน ที่ห้กับบริษัทออกแบบที่มี ความโดดเด่นในอุตสาหกรรมออกแบบ และเป็นที่จับตามองในระดับเอเชีย ซึ่งจัดโดย Design Business Chamber ที่คิดว่าที่ได้รางวัลเป็นเพราะว่าเรื่องโจทย์ที่ยากมากของลูกค้าทั้งเรื่องของสภาพโครงสร้างของอาคารเองที่เป็นตึกเก่า ฝ้าเพดานก็เตี้ยมาก ถ้านับงานท่อแล้วความสูงจะอยู่ที่ 2.40 เมตร เอง ซึ่งเราไปแตะเขาไม่ได้ เพราะว่าเราต้องเคารพในบริบทของอาคารก่อน แล้วก็การที่เราทำให้มันอกมาในรูปแบบนั้นได้ เราค่อนข้างที่จะทำงานหนักมาก ในเรื่องของโครงสร้างหน้างาน ผสมกับเรื่องที่เราตีความความหมายองค์กรของเขา ไม่ว่าจะเป็นโลโก้หรือว่าบริเวณของการทำงานต่างๆ ที่ต้องออกมาดูเป็นมืออาชีพ และเป็นออฟฟิศในรูปแบบใหม่ อย่างเช่น ในส่วนของชั้นสี่ที่เป็นส่วนของห้องประชุม เขาก็ต้องการที่จะไว้ใช้รับแขกต่างชาติ เพราะซีพีลูกค้าเองเขาก็มีการทำงานหลายส่วน ทำให้มีแขกจากประเทศต่างๆ เยอะ เราจะทำอย่างไรให้เขาดูน่าเชื่อถือ

การปรับปรุงของเก่ากับการสร้างใหม่ มันยากง่ายต่างกันอย่างไร ต้องใช้วิธีคิดแตกต่างกันอย่างไร : ถ้าตอบในแง่ของการก่อสร้าง สร้างใหม่ง่ายกว่าแน่นอน งบประมาณก็อาจจะพอๆ กัน อย่างการปรับปรุงซ่อมแซมมันก็จะมีเรื่องของงานระบบที่ของเดิมมันเสียหายไปแล้ว แล้วด้วยวงจรชีวิตของอาคาร ประมาณ 10 ปีก็ต้องรื้อทำใหม่หมดแล้ว ใช้ไม่ได้แล้ว แล้วอีกอย่างเรื่องของการออกแบบ ถ้าเป็นการปรับปรุงเราอาจจะต้องนึกถึงประวัติศาสตร์ขององค์กรนั้นๆ มากกว่าการสร้างขึ้นใหม่ เพราะว่าจริงๆ แล้วเรามองว่าการปรับปรุงเราไม่ควรจะไปทุบรื้อแล้วเปลี่ยนของเขาใหม่หมด โดยไม่คำนึงถึงว่าที่มาที่ไปของเขาเป็นอย่างไร อย่างเช่นงานปรุงปรุงซ่อมแซมบ้านที่เป็นทาวน์เฮ้าส์เก่าของครอบครัวหนึ่งซึ่งอยู่มา 20 ปี เราก็คิดว่าจะเก็บความทรงจำให้กับครอบครัวนี้เอาไว้อย่างไร เพราะเขาก็อยู่กันมาตั้ง 20 ปีแล้ว เราก็คงไม่ไปเปลี่ยนอะไรของเขาหมด เราก็พยายามเก็บรายละเอียด อย่างพวกขอบเฟรมประตู ซึ่งเราก็บอกลูกค้าว่าอะไรที่ยังใช้ได้เราก็จะยังเก็บไว้แต่ก็จะมีการตีความใหม่ด้วย เช่น อาจจะเอาไปทำสีให้เข้ากับดีไซน์ใหม่ และเพื่อให้ทันสมัยขึ้น

งานที่เคยทำมีงานไหนที่รู้สึกระทับใจและอยากเล่าให้ฟังบ้าง : เอาเป็นงานล่าสุดก็แล้วกันนะคะ เป็นบ้านของลูกค้าที่มีลูกเล็กๆ 3 คน แล้วเขาบอกว่าชอบงานที่เราออกแบบมาก บอกว่าอยู่แล้วมีความสุข คือตอนออกแบบเราก็คิดถึงกิจกรรมของเขาตั้งแต่ตื่นเช้ามาจนเข้านอน นึกภาพเขาตอนเช้าที่ตื่นมาชงกาแฟแล้วก็นั่งคุยกัน แล้วก็ให้อาหารปลาไปด้วย พร้อมๆ กับมีสวนในบริเวณบ้าน แบบนี้ก็น่าจะทำให้ครอบครัวนี้มีความสุขกับพื้นที่ตรงนี้ อย่างในช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการพักผ่อน ต้องการความเป็นส่วนตัว ก็จะมีห้องพักผ่อนที่แยกกับลูกด้วย ในขณะที่ลูกก็เล่นเสียงดังกับพี่เลี้ยงด้านบน เราก็ออกแบบสวนที่เป็น secret garden ให้เขา สำหรับแยกออกมาพักผ่อนกันเอง

แล้วบ้านของคุณเอง คุณออกแบบอย่างไรบ้าง : เราก็ออกแบบตามใจตัวเองเป็นหลัก ซึ่งเราก็มีบ้านหลายหลัง วันธรรมดาก็อยู่คอนโด เสาร์อาทิตย์ก็อยู่บ้าน แล้วบ้านแต่ละหลังก็จะไม่เหมือนกันเลย ทำให้เรารู้ว่าวิถีชีวิตกับอายุมันส่งผลถึงความเป็นอยู่เหมือนกัน อย่างบ้านหลังแรกก็จะเป็นสไตล์ลอฟต์ บันไดเหล็กโปร่งๆ ไม่มีราวจับ ก็คือเป็นช่วงชีวิตที่ยังไม่มีลูก ต่อมาก็เป็นสไตล์โมเดิร์น นิ่งๆ สีขาวดำ ต่อมาก็มีบ้านที่สีอุ่นๆ จนตอนนี้ก็รู้สึกว่าเราเห็นอะไรมาเยอะขึ้น เดินทางเยอะขึ้น เราก็อยากให้บ้านเป็นสถานที่ที่เก็บความทรงจำต่างๆ กลายเป็นว่าก็มีของเยอะขึ้น แล้วรายละเอียดที่ใส่ไปในจุดต่างๆ ก็เยอะขึ้น

ที่บอกว่าโตขึ้น เดินทางเยอะขึ้น แล้วจากวันที่ออกแบบบ้านหลังแรกจนมาถึงปัจจุบัน มุมมองคุณเปลี่ยนไปมากไหม : ตอนออกแบบช่วงแรกๆ ก็จะคิดเรื่องความสวยงามเป็นหลักอยากทำงานเจ๋งๆ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน รูปฟอร์มต้องแปลกประหลาด มันก็เป็นการทดลองของเราเองไปเรื่อยๆ แต่ตอนนี้พอได้ทำงานเยอะขึ้นก็ทำให้เราคิดได้ว่าทำยังไงให้คนที่อยู่ในบ้านเขามีความสุขมากกว่า เพราะจริงๆ แล้ว Interior designer ก็คือคนที่สร้างสรรค์สภาพแวดล้อมในที่ต่างๆ เราเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสถานที่ ขององค์กรนั้นๆ เพื่อให้เขาประสบความสำเร็จ ทำให้บ้านหลังนั้นมีความสุข นอกจากลูกค้าเข้าบ้านแล้วมีความสุข รู้สึกว่าบ้านสวยแล้ว เรายังต้องการให้เขาอยู่บ้านนี้แล้วรู้สึกว่ามีพลัง จากแต่ก่อนที่เราคิดแค่เรื่องความสวยงานเป็นหลัก

แล้วทำอย่างไร คนที่อยู่ถึงจะมีความสุข : ก็คืออย่างที่บอกตั้งแต่ต้นว่าเราต้องใส่ใจในรายละเอียดทั้งหมด ทั้งเรื่องของฟังก์ชัน เรื่องความสวยงาม ทำให้มันเป็นบ้านของเขา แค่นั้นก็น่าจะทำให้เขามีความสุขได้ค่ะ

ตลาดของ JARKEN ส่วนใหญ่จะเป็นแนว Modern Luxury ใช่ไหม แล้วมันมีความท้าทายอะไรบ้างไหม เช่น การต้องตอบโจทย์ของลูกค้า : จริงๆ แล้วลูกค้าเขาก็ศึกษามาแล้ว เขาก็บอกว่าอยากได้งานสไตล์ JARKEN นี่แหละ คือลูกค้าเขาก็มองภาพออก เหมือนกับเราเป็นแบรนด์สินค้า เขาก็เลือกมาแล้ว ลูกค้าเดี๋ยวนี้ศึกษาข้อมูลละเอียดมาก เขาก็ทำการบ้านมาระดับหนึ่ง ว่าดีไซเนอร์คนนี้กับคนนี้ต่างกันยังไง แล้วฉันชอบแนวใคร เพราะฉะนั้นเราก็จะไม่ค่อยมีปัญหา

ในฐานะอินทีเรีย์ดีไซเนอร์ ได้มองอนาคตของการทำงานไว้อย่างไรบ้าง : ในส่วนของ JARKEN ตอนนี้เราก็เติบโตมากในด้านงาน residential ส่วนงาน commercial เช่นร้านอาหาร โรงแรม มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราก็พยายามทำงานให้ดีขึ้นให้ประสบความสำเร็จ ในส่วนของตัวเราเอง เราก็คงจะทำงานนี้ไปเรื่อยๆ งานที่ใช้ดีไซน์ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ แล้วก็แตกแขนงออกไปเรื่อยๆ ใช้ดีไซน์สร้างสังคมไทยให้ดีขึ้น ตอนนี้บริษัทเราก็มีการทำ CSR คือทุกวันศุกร์เราจะไปที่โรงพยาบาลรามาฯ โดยทำงานร่วมกับคุณหมอธีระ วรธนารัตน์ ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างการแพทย์กับสถาปัตย์ ชื่อว่าคลินิกถาปัตย์บำบัด เป็น architecture therapy โดยเอาความรู้ของเราไปช่วยปรับปรุงพัฒนาที่อยู่ของผู้ป่วยว่าจะทำอย่างไรหลังจากที่เขาผ่าตัดมาแล้ว เพราะเขาไม่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม เพราะฉะนั้น บ้าน เก้าอี้ โต๊ะ ที่นั่ง ห้องน้ำ ครัว ชักโครก ก๊อก ทุกอย่างจะต้องเปลี่ยนแปลงหมด ใครๆ ก็สามารถเข้าร่วมได้นะคะ วันศุกร์ 10.30-12.30 น. ที่โรงพยาบาลรามาฯ เราก็จะมีสถาปนิกไปนั่งให้คำปรึกษาเหมือนคุณหมอเลยค่ะ ก็จะมีคนไข้เข้ามาปรึกษา เช่น มีบ้านเป็นห้องแถว หลังจากผ่าตัดก็ขึ้นบันไดไม่ได้แล้ว ก็ต้องแนะนำ ถามเขาก่อนว่าประตูที่บ้านเป็นยังไง มีขั้นสูงไหม จะทำทางลาดได้ไหม ประตูก็ไปเปลี่ยนเถอะ ขอเป็นประตูที่สามารถใช่วีลแชร์เข้ามาได้ ต้องเป็นประตูบานเลื่อนนะ หรือถ้างบไม่มีก็เอาเทปมาแปะบันไดกันลื่นแทน เราก็ต้องเข้าใจว่าผู้ป่วยโรงพยาบาลเขาอาจจะไม่มีงบเยอะ ซึ่งเราก็ให้ซีเนียร์ดีไซเนอร์ของเราไปเข้าร่วมโครงการด้วย น้องๆ เขาก็รู้สึกว่างานออกแบบที่เราทำมันก็มีคุณค่านะ ไม่ใช่ว่าเราจะทำงานให้แต่กับลูกค้าที่มีเงินเยอะ อาชีพเราก็ยังสามารถช่วยคนที่เขามีปัญหาได้

เดี๋ยวนี้คนไทยก็มีผู้สูงอายุมากขึ้น ก็คงมีความต้องการการปรับปรุงสภาพแวดล้อมมากขึ้นด้วย : ใช่ค่ะ คือหลังจากที่เราได้ทำตรงนี้แล้ว เราก็สามารถนำความรู้ที่ได้มาปรับใช้กับลูกค้าของเราเองด้วย เพราะคนที่ทำบ้านเขาก็ต้องทำห้องให้คุณพ่อคุณแม่ เราก็สามารถแนะนำเขาได้ เช่น ให้อยู่ชั้นล่างดีกว่า แล้วมีประตูที่สามารถออกได้แบบฉุกเฉิน เป็นประตูกว้างๆ สามารถออกไปแล้วขึ้นรถได้เลย ไม่ต้องวนผ่านทางเดินในบ้าน พวกนี้เราก็จะเสริมเข้าไปในดีไซน์เลย แต่ลูกค้าเขาก็เซนซิทีฟเหมือนกันนะคะ ถ้าเราไปเสนอว่าควรทำเขาก็อาจจะรู้สึกไม่ดี อย่างห้องน้ำ เราก็อยากแนะนำว่าให้ทำกว้างหน่อยนะ เผื่ออนาคตต้องใช้รถเข็น หรือว่าต้องติดราวจับ เราก็ต้องมีวิธีพูดเหมือนกันค่ะ อย่างพื้นที่สาธารณะก็จะมีกฎหมายกำหนด แต่สำหรับบ้านคนก็ไม่มีกฎเกณฑ์ ดังนั้น ถ้าไม่ได้ทำไว้แต่แรกสุดท้ายก็ต้องมาทุบต่อเติมอยู่ดี

แล้วตอนนี้เทรนด์ของการออกแบบเป็นอย่างไรบ้าง จากที่ทำงานมานานได้เห็นอะไรบ้าง : จริงๆ แล้วเทรนด์ของการออกแบบมันก็วนกลับมาเรื่อยๆ อย่างเมื่อก่อนพื้นบ้านก็จะเป็นพื้นไม้ปาเก้ ชิ้นเล็กๆ ต่อมาคนก็นิยมความสวยงามของวัสดุมากขึ้น ถ้าเป็นไม้ก็จะใช้ไม้แผ่นใหญ่ แต่ตอนนี้ปาเก้ก็เริ่มวนกลับมาอีก คือเราคิดว่ามันก็คล้ายๆ แฟชั่น มันก็มีสิทธิ์ที่จะวนกลับมาได้เหมือนกัน แล้วลูกค้าเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน เขาจะรู้สไตล์ชัดเจน จากร้านอาหารที่ไป จากสื่อต่างๆ เขาก็จะมีข้อมูล ต่างจากเมื่อก่อนที่ต้องเอาหนังสือมาเป็นตั้งๆ เพื่อให้ลูกค้ารู้ข้อมูลก่อน ว่าแบบนี้คือโมเดิร์น แบบนี้คือคลาสสิค ตอนนี้ก็ไม่ต้องแล้ว เขารู้หมดแล้วว่าลอฟต์เป็นอย่างนี้ อินดัสเทรียลเป็นอย่างนี้ เรโทร เป็นอย่างนี้ วินเทจเป็นอย่างนี้ แต่สุดท้ายแล้วเรามองว่าสไตล์นั้นขึ้นอยู่กับตัวลูกค้ามากกว่า ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เขาชอบและสิ่งที่เขาจะผสมผสานกันมากกว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องมีสไตล์ที่ชัดเจน ซึ่งลูกค้าเขาก็จะมีความต้องการที่หลากหลายและเดี๋ยวนี้โซเชียลมีเดียก็มีอิทธิพลมากขึ้น ทุกคนก็อยากจะโชว์ความเป็นตัวเองให้ได้มากที่สุด ต้องการที่จะแสดงคาแรกเตอร์ของตัวเองให้คนอื่นรู้

แล้วในฐานะนักออกแบบเอง นอกจากการแสดงความเป็นตัวตนของเจ้าของบ้านแล้ว ยังมีอะไรที่ควรคำนึงถึงไหม : จริงๆ การทำที่อยู่นั้น การมองแนวทางที่กลางๆ ไม่หวือหวาก็น่าจะดีที่สุด เพราะว่าบ้านเป็นสิ่งที่เราต้องอยู่ไปอีกนานการตกแต่งหรือสไตล์ค่อยมาเสริมทีหลังได้ เพราะเราสามารถปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต แต่สิ่งที่เป็นหลักๆ อย่างพวกวัสดุ มู้ดแอนด์โทนของภาพรวม การออกแบบฟังก์ชัน อันนี้เป็นสิ่งสำคัญมากกว่า

ถ้าให้ยกตัวอย่างสถานที่ หรือประเทศที่มีการออกแบบที่น่าสนใจ คุณคิดว่าที่ไหนน่าสนใจบ้าง : ก็มีหลายประเทศนะคะ อย่างที่สิงคโปร์ก็จัดระเบียบประเทศตัวเองได้ดีมาก ทั้งเรื่อง landscape ถนน การคมนาคม อย่างอิตาลี เราก็ประทับใจที่เขาใส่ใจในประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเขา ไม่ว่าเขาจะปรับปรุงอาคารอะไรก็ตามเขาก็จะคำนึงถึงความสวยงาม อย่างเช่น เวลาซ่อมแซมโบสถ์เขาก็จะปริ๊นภาพโบสถ์ที่สวยงามมาแปะเอาไว้คือแต่ละประเทศเขาก็จะมีกิมมิก มีวิธีคิดที่ไม่เหมือนกัน อย่างฝรั่งเศสเขาก็จะภูมิใจในประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน สังเกตได้ว่าเวลาเขาซ่อมแซมปรับปรุงอาคารสถานที่เขาก็จะยังคงเอกลักษณ์เก่าๆ เอาไว้ เช่นพวกคิ้วบัว ปูนปั้นต่างๆ แต่เขาก็เพิ่มเติมในเรื่องของวัสดุใหม่ๆ เข้าไปด้วย มีการมิกซ์แอนด์แมชต์ ผสมผสานกับของเดิม ของบ้านเราดีไซเนอร์เราก็เก่งอยู่แล้วทั้งในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ เรื่องของรสนิยมในการทำงาน เวลาเราไปต่างประเทศทุกคนก็จะบอกว่าชอบเมืองไทยจังเลย ดีไซเนอร์ไทยเวลาออกแบบแล้วคิดทุกอย่าง บนโต๊ะมีอ่างน้ำก็จะมีดอกบัวพับกลีบลอยน้ำ เขาก็ประทับใจ คนต่างชาติจะรู้สึกว่ามาเมืองไทยแล้วรู้สึกสงบ แล้วเมืองไทยเราก็ได้เปรียบในเรื่องของงานฝีมือที่เรามีช่างเก่งๆ

การทำงานของสถาปนิกไทยนั้นมีข้อจำกัดด้านไหนบ้างไหม : เรามองว่าสถาปนิกคนไทยนั้นมีฝีมือและทำงานได้ดีอยู่แล้ว แต่อาจจะขาดในเรื่องของการแสดงออกมากกว่า อย่างเวลาคิดงานก็จะคิดมาละเอียด ตั้งใจทำมาก แต่ตอนที่จะเสนอผลงานออกมามันจะแตกต่างจากสถาปนิกต่างประเทศที่เขาจะภูมิใจในผลงานของเขามาก ก็ต้องปรับตรงนี้ตั้งแต่วิธีคิดและการนำเสนอ เพื่อสื่อทุกอย่างออกมา ถ้าทำได้เราก็จะไปได้ไกล อย่างสถาปนิกเมืองนอก เขาไม่ได้ออกแบบแค่ตึก แต่เขาแตกแขนงไปถึงพวกพร็อพต่างๆ ด้วย ทั้งแจกัน เครื่องเขียน เสื้อผ้า น้ำหอมกลิ่นของเขาเอง คือเขาแตกไปได้ไกลมาก คือเมื่อเขามีคาแรกเตอร์แล้ว เขาก็สามารถนำเอาคาแรกเตอร์ของเขาใส่เข้าไปได้ทุกส่วน ทั้งออกแบบตึก ข้าวของเครื่องใช้

คุณมีดีไซเนอร์คนไหนที่ชื่นชอบบ้าง : อยากใช้คำว่าชื่นชมดีกว่า ก็คือPATRICIA URQUIOLAซึ่งเราชื่นชมวิธีการของเขาที่เขามั่นคงกับการทำงานในแบบของตัวเอง ถ้าได้เห็นผลงานก็จะรู้เลยว่าเขาทำงานด้วยความอดทนและทำงานด้วยมือจริงๆ เช่น เขาได้แรงบันดาลใจมากจากดอกไม้ แล้วเขาก็นำมาออกแบบเก้าอี้ โดยใช้เชือกมาสาน ใช้หวายมาสาน เรารู้สึกว่างานพวกนั้นมันเป็นงานที่มีคุณค่า เพราะดีไซเนอร์จะต้องลงมาทำเองเยอะมาก ก็คงต้องมีทำเสียทำพลาดบ้าง แต่สุดท้ายเขาก็ทำได้สำเร็จ เพราะเขามีจุดยืน มี passion ต่องาน

แล้วทาง JARKEN มีการผลิตสินค้าแบรนด์ตัวเองบ้างไหม : ยังค่ะ แต่ก็สนใจ ซึ่งตอนนี้เราจะเปิดเป็น design installation shop ก็คือเป็นแนวคิดว่าจะรวบรวมงานวัสดุจากทั่วโลกที่เราเป็นคนคัดเลือกมาจากที่ต่างๆ ที่เรามองว่าสวยในสายตาของเรา เอามารวบรวมไว้ในช็อปนี้ ก็จะมีพวกไม้ พรม โมเสก กระเบื้อง กระจก หรือแมทัลแฟบริกที่หายาก ที่เรานำเข้ามา เราตั้งใจว่าจะให้เป็น material library ที่สามารถซื้อได้เลย เป็นการลัดขั้นตอนระหว่างลูกค้ากับซัพพลายเออร์ คือเหมือนว่าทุกวันนี้ลูกค้าจะไม่รู้เรื่องวัสดุ เพราะซัพพลายเออร์จะส่งเข้าออฟฟิศดีไซเนอร์เท่านั้น มีแต่ดีไซเนอร์ที่มีข้อมูลวัสดุให้เลือกเป็นปึกๆ เลย เพราะฉะนั้น ดีไซเนอร์ก็จะเป็นคนที่กลั่นกรองเลือกให้ลูกค้า แต่ถ้าเราทำร้านตรงนี้ก็เป็นโอกาสที่ที่ลูกค้าจะได้มาดูและเลือกสิ่งที่เขาชอบจริงๆ ซึ่งลูกค้าเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่ก็จะรู้จักร้านใหญ่ๆ ที่มีสุขภัณฑ์ และกระเบื้องให้เลือก แต่ร้านของเราจะสื่อถึงไลฟ์สไตล์ความเป็น JARKEN ได้มากขึ้น ก็น่าจะเห็นภายในปลายปีนี้ค่ะ

ในการทำอาชีพนี้ ความเป็นผู้หญิงนั้นส่งผลอะไรบ้างไหม : ไม่คิดว่าเสียเปรียบอะไรนะคะ อาจจะมีคนเป็นห่วงบ้างเวลาไปตรวจงานตามไซต์งานที่เราชอบไปคนเดียว ซึ่งเราก็ไปจนชินแล้ว แต่ก็เคยนะที่มีลูกค้าขอดีไซเนอร์ผู้ชาย ไม่เอาผู้หญิง เหตุผลก็คือเขาเคยใช้ดีไซเนอร์ผู้หญิงแล้วคุยกันไม่เข้าใจ เขาก็เลยระบุว่าขอดีไซเนอร์ผู้ชาย แต่ก็ไม่เป็นไรเราเข้าใจ เราก็จะให้น้องผู้ชายในทีมเข้าไป นอกนั้นเท่าที่ทำงานมาก็ไม่มีปัญหาอะไรนะคะ มันอยู่ที่ตัวเราว่าต้องนำเสนอไอเดียให้ลูกค้าเชื่อ ครั้งแรกที่คุยกับลูกค้าสำคัญมากค่ะ ถ้าลูกค้าซื้อไอเดีย การนำเสนอครั้งต่อไปก็ราบรื่น

เดี๋ยวนี้การออกแบบก็ต้องคำนึงถึงความยั่งยืน คุณมีแนวคิดเกี่ยวกับความยั่งยืนอย่างไรบ้าง : คือ เรื่องนี้มันเป็นจรรยาบรรณของนักออกแบบอยู่แล้ว เราออกแบบไป ลูกค้าจ่ายเงินก้อนใหญ่ในงานที่เราเป็นคนเขียน แน่นอนว่าเราต้องคิดถึงความยั่งยืนอยู่แล้ว อย่างออกแบบบ้านเราก็ต้องคิดว่าออกแบบยังไงถึงจะใช้ได้นาน มันไม่ควรจะไปอิงสไตล์หรือแฟชั่นมากจนเกินไปอยู่แล้ว นอกจากนี้ก็ควรปรับเปลี่ยนได้ง่ายตามสถานการณ์ เช่น การออกแบบร้านอาหาร คลีนิก เราก็ต้องคิดว่าในอนาคตถ้ามีการปรับปรุงเฟอร์นิเจอร์ทั้งหลายก็ควรจะเคลื่อนที่ได้ง่าย พื้นผิวจะได้ไม่เสียหาย

คำถามสุดท้าย อยากทราบว่าชื่อบริษัท JARKEN นั้นมีที่มาอย่างไร : จริงๆ แล้ว ชื่อ JARKEN มีที่มาจากหุ้นส่วนสองคน ก็คือชื่อเล่นของเรา คือแจนกับ สามีค่ะ เมื่อตอนเปิดบริษัทเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ชื่อแจนก็คือตัว J ส่วน AR ก็มาจาก Architecture ตัวเราก็จะดูเรื่องการออกแบบ ส่วนสามีนั้น ขึ้นต้นด้วยตัว K แล้วก็ทำงาน Engineer ก็คือตัว EN รวมเป็น JARKEN ก็แอบกุ๊กกิ๊กนิดหนึ่งค่ะ บางคนก็ถามว่าเป็นบริษัทมาจากเยอรมันรึเปล่า เพราะชื่ออาจจะฟังดูคล้ายภาษาเยอรมันแต่เป็นบริษัทคนไทยแท้ๆค่ะ

JARKEN รุกอีกก้าวสู่โลกดีไซน์

เมื่อเร็วๆนี้ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ (คนที่ 3 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท จาร์เค็น จำกัด บริษัทดีไซน์ชั้นนำของไทย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับนายลอเรนซ์ ชอง (คนที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอนซูรัส จำกัด โดยมีนายบรรสาน บุนนาค (คนที่ 2 จากขวา)เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ นางโย๋ว เพย ชู ๖(คนกลาง) ผู้อำนวยการการพัฒนาอุตสาหกรรม สภาการออกแบบสิงโปร์ และนายแอนดรู เพ็ง (คนที่ 2 จากซ้าย) รองประธาน สภาหอการค้าออกแบบสิงคโปร์ เข้าร่วม ณ โรงแรม ราฟเฟิลส์ ประเทศสิงคโปร์ ในการขยายบริการที่ปรึกษาและพัฒนาองค์กรด้วยแนวความคิดเชิงออกแบบ หรือ Design Thinking ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อปฏิรูปและเสริมให้โครงสร้างการบริหารและการทำงานของทั้งองค์กร เดินตามวัตถุประสงค์ขององค์กรได้อย่างแข่งแกร่ง และเติบโตจากภายในสู่ภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ จาร์เค็น เล็งเห็นว่างานดีไซน์ไม่ใช่แค่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่คือส่วนหนึ่งของทุกอย่าง รวมถึงการทำธุรกิจในยุคนี้ ซึ่งโมเดลธุรกิจนี้ได้รับการยอมรับมาแล้วกว่า 18 ประเทศทั่วโลก และประเทศไทยจะเป็นที่ต่อไปโดยมีเป้าหมายหลักเป็นภาคอุตสาหกรรมการผลิต ภาครัฐ และอสังหาริมทรัพย์

จาร์เค็น เข้าตลาด ขึ้นแท่นนักตกแต่งแถวหน้าเอเชีย


JARKEN ผู้นำตลาดออกแบบตัวจริง จับมือ TCDC สร้าง 12 พันธมิตรชั้นนำของเอเชีย ดันดีไซน์ไทยขึ้นแถวหน้า

ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด และ ( ) นายกิตติรัตน์ ปิติพานิช ผู้อำนวยการฝ่าย พัฒนาการออกแบบและธุรกิจสร้างสรรค์ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือ TCDC ( ) เข้าร่วมเทศกาลการออกแบบสิงคโปร์ หรือ Singapore Design Week เมื่อเร็วๆนี้ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อหวังพัฒนาศักยภาพงานดีไซน์ ไทยขึ้นสู่การยอมรับในระดับสากล และไฮไลท์ที่โดดเด่นในปีนี้ คือ จาร์เค็น ยังได้รับเชิญจากหลายองค์กร อาธิ Maison & Objet งานแสดงนวัตกรรมออกแบบและไลฟ์สไตล์ของฝรั่งเศส Design Business Chamber Singapore และ Asia Creative Industries Alliance เข้าเจรจาและสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมกับผู้นำวงการดีไซน์ และผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และพาณิชย์กว่า 12 ประเทศ กับหัวข้อ The Power of Asia Creative Industry เพื่อหวังต่อยอดให้อุตสาหกรรมดีไซน์เป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการทำธุรกิจต่างๆ

ชีวิตไม่หยุดคิด กุลเดช สินธวณรงค์



ก้าวนำเทรนด์ MAISON&OBJET ASIA


JARKEN ผงาดขึ้นแถวหน้าสถาปนิกเอเชีย กวาด 4รางวัลจาก2เวทีใหญ่ จากสิงคโปร์ตอกย้ำแนวคิด Think Global Act Local

JARKENเปิดตัวสวยงาม กับ 4 รางวัลใหญ่ระดับเอเชียรับปี 58 จากเวที Singapore Good Design Mark Awards 2015 (SG MARK)และเวที Singapore Design Award 2015 จากสมาคมมัณฑนากรแห่งเอเชีย และหอการค้าสิงคโปร์ หรือ Design Business Chamber of Singapore ตอกย้ำแนวคิด Think Global Act Localที่โดดเด่น ตั้งแต่แนวความคิด และความสร้างสรรค์ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

คุณศศิวิมล สินธวณรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายสถาปัตยกรรมภายใน กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด กล่าวภายหลังจากเข้ารับรางวัลบริษัทออกแบบในเอเชีย หรือ Asia Top Design Practice จากเวที Singapore Design Awards 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์ และเวที Singapore Good Design Mark Awards 2015 (SG MARK) กับรางวัลผู้นำด้านงานออกแบบตกแต่งสำนักงานออฟฟิศ ในโครงการ “Silom Office” รางวัลการออกแบบ pop up café by pye และรางวัลการการออกแบบเสื้อผ้าที่ pye ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมการส่งออกว่า ปี 58 นี้ นับว่าเป็นปีทองของบริษัทฯ ที่หลายองค์กรและสถาบันการออกแบบระดับเอเชียให้การยอมรับในคุณภาพผลงาน และความสามารถของทีมงาน จนสามารถกวาดรางวัลไปได้ถึง 4 รางวัล จาก 2 เวทีใหญ่ระดับเอเชียตั้งแต่ต้นปี ซึ่งช่วยตอกย้ำแนวคิด และเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ในการเป็นผู้นำด้านการผสานการออกแบบเข้ากับการใช้ชีวิต ภายใต้แนวคิด Think Global Act Local กลยุทธ์หลักในช่วง 3 ปีต่อจากนี้ได้เป็นอย่างดี

“รางวัลที่ได้รับ ทั้งหมด นำมาซึ่งความภาคภูมิใจให้กับบริษัทฯ โดยเฉพาะรางวัล Capolavoro ที่ตอกย้ำถึงความเป็น Think Global Act Local ที่ได้นำวัสดุจากธรรมชาติของไทยที่ชาวบ้านนำมาแปรรูปเป็นสินค้ามาออกแบบใหม่ให้ทันสมัย และสวยงามมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการแตกไลน์ธุรกิจจากงานออกแบบสถาปัตยกรรมสู่ด้านแฟชั่นที่โดดเด่น และยังเป็นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น และความเป็นไทยไปเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก โดยผลงานที่ได้รับรางวัลทั้ง 3 รางวัลจะถูกนำไปจัดแสดงในนิทรรศการด้านการออกแบบต่างๆ ทั่วโลกเป็นเวลา 1 ปี”นางสาวศศิวิมล กล่าว

การประกาศรางวัลเวที Singapore Good Design Mark Awards 2015 (SG MARK) โดย สมาคมมัณฑนากรแห่งเอเชียและเวทีและเวที Singapore Design Award 2015 โดยหอการค้าสิงคโปร์ หรือ Design Business Chamber of Singaporeซึ่งเป็นเวทีที่มีประวัติกับการก่อตั้งมายาวนานตั้งแต่ปี 1988เพื่อมอบรางวัลให้กับบริษัทที่มีความที่โดดเด่น ตั้งแต่แนวความคิด และความสร้างสรรค์ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและการันตีความสามารถของบริษัทรวมถึงดีไซเนอร์ในภูมิภาคเอเชีย ที่ได้ผลิตผลงานอย่างยอดเยี่ยมซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้ได้จัดขึ้นในวันที่ 10-13 มีนาคม 58 ณ.Sands Expo & Convention Centre, Marina Bay Sands, ชั้น 3 ห้อง Jasmine Ballroom ประเทศสิงคโปร์ ที่ผ่านมา

JARKEN เปิด โรดแมป 3 ปี Think Global, Act Local เป็นดีไซน์แบรนด์อย่างเต็มตัว

JARKEN เปิด โรดแมป 3 ปี Think Global, Act Local เป็นดีไซน์แบรนด์อย่างเต็มตัว JARKEN ผู้ให้บริการชั้นนำด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม และการก่อสร้าง ทั้งที่อยู่อาศัยโครงการเชิงพาณิชย์ และการบริการที่โดดเด่น รวมถึงสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในระดับกลุ่มพรีเมี่ยมได้เป็นอย่าง ดี ด้วยวิสัยทัศน์ของความเป็นมืออาชีพที่พิถีพิถันใส่ใจในรายละเอียด และความชัดเจนในการออกแบบ ทำให้ JARKEN ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาแล้วมากมาย ทั้งการก่อสร้างอาคารสูง โรงงาน โชว์รูม คอนโดมิเนียม โรงแรม ในไทยและต่างประเทศ

จากประสบการณ์การดำเนินธุรกิจมา 12 ปี JARKEN ได้จับตาดูความเปลี่ยนแปลงของสภาวะสังคมและเศรษฐกิจตลอดเวลา และได้ทำการศึกษาเรียนรู้ ทำความเข้าใจกับสังคม ที่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านเครื่องมือการสื่อสารต่างๆ จนเข้าสู่ยุคสังคมออนไลน์อย่างเต็มตัว ซึ่งความสำเร็จของการทำธุรกิจในช่วงนี้มีทิศทางที่ดีอย่างก้าวกระโดด ทำให้ JARKEN ที่นำโดย ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท จารเค็น จำกัด ได้ตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์แนวทางการทำงานมาเป็น Think Global, Act Local หรือการผสมผสานกระแสทางความคิด ความเชื่อ และวัฒนธรรมความเป็นสากลและท้องถิ่น (Glocality) เข้าด้วยกัน

แม้ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมีความเป็นตัวของตัวเอง ฉลาดคิด ฉลาดเลือกมากขึ้น แต่ผู้บริโภคก็ยังคงเสพย์ความเชื่อ และตามกระแสโลกอยู่ (Global Trend) ทำให้หลากหลายแบรนด์ใหญ่จากต่างประเทศหันมาทำแคมเปญที่ให้สังคมมีส่วนร่วม กับแบรนด์ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น การออกแบบร้าน Pop-up store ของกาแฟ illy คอลเลคชั่นแนว Street Art ของ Prada รวมถึง แบรนด์แฟชั่น Roberto Cavalli ที่เริ่มออกมาทำเฟอร์นิเจอร์และอินทีเรียร์ดีไซน์ หรือแม้แต่วิศวกรอย่าง Tom Dixon ก็ออกมาทำเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน และบริษัทสถาปนิก ทั้งนี้ Glocality คือการทำให้แบรนด์เข้าไปถึงสัมผัสถึงมือผู้บริโภค โดยไม่ต้องรอให้ผู้บริโภคเข้าหาหรือเดินตามหาแบรนด์

เจาะลึกกลยุทธ์ Think Global, Act Local ของ JARKEN ใน 3 ปีนี้

จะเน้นขับเคลื่อนให้งานดีไซน์ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคนในสังคม ด้วยการ เชื่อมโยง-ปรับเปลี่ยน-แชร์ต่อ ความเหมือนและความแตกต่างของวัฒนธรรม และความเป็นอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ในโลก ไม่ว่าเอเชีย ยุโรป หรืออเมริกา ออสเตรเลีย ให้คนไทยเข้าใจ ผ่าน 3 วิธี ดังนี้

1. สร้างแรงบันดาล และประสบการณ์จากการเดินทาง (Inspiration and education)

สนับสนุนให้สถาปนิกและนักออกแบบออกจากกรอบความคิดเดิมๆ ของตัวเอง ให้เปิดรับและเรียนรู้วิธีคิด วิถีการทำงานจากสิ่งใหม่ๆ ทั้งในรูปแบบของงานเจรจาการค้า งานธุรกิจออกแบบ งานแสดงสินค้า งานดูงาน การฝึกงานในต่างประเทศ การเรียนรู้การทำงานในต่างประเทศกับนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ระดับโลก นักกราฟฟิกดีไซน์ และสถาปนิกชื่อดัง การเข้าร่วมเป็นสมาชิกส่วนหนึ่งของสมาคมการค้าที่เกี่ยวกับการออกแบบทั้งใน อังกฤษ อเมริกาและยุโรป รวมถึงการเดินสายโรดโชว์ต่างประเทศในรูปแบบของการประกวดรางวัล เพื่อหาความสมดุลทางวัฒนธรรมระหว่างความเป็นระเบียบแบบแผนอย่างวัฒนธรรม สิงคโปร์ ยุโรป หรืออเมริกา (Global) มาพัฒนาให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เชื่อมต่อกับความไร้ระเบียบแบบแผน แต่มีเสน่ห์ของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน (Local) ซึ่งจะช่วยให้สถาปนิก และดีไซเนอร์ผลิตผลงานที่มีคุณภาพ พัฒนาศักยภาพทางความคิดสร้างสรรค์ ความแปลกใหม่ต่อวงการออกแบบและต่อผู้บริโภคมากขึ้น

2. กระจายงานดีไซน์เข้าสู่ในชุมชน และสังคม

เข้าไปส่งเสริม ตอบแทน และมีส่วนร่วมกับคนในสังคมทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัดผ่านทางโครงการต่างๆ โดยที่ผ่านมา JARKEN ได้ผุดโครงการสถาปัตย์บำบัดที่ได้ร่วมกับทีมแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลชั้น นำของไทย นำองค์ความรู้ด้านสถาปัตยกรรม และทางการแพทย์มาช่วยฟื้นฟูอาการเจ็บป่วย ให้ผู้ป่วยและผู้สูงอายุ โดยการปรับสภาพแวดล้อมในที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัย และมีชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังมีโครงการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในให้กับโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ให้กลายเป็นโรงพยาบาลชั้นนำของจังหวัด และภาคเหนือตอนล่าง อีกทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุภายในที่อยู่อาศัย เพื่อเปลี่ยนมุมมองของแบรนด์ JARKEN จากของเรา (ours) เป็นของทุกคน (theirs) เปลี่ยนจากที่นี่ (here) เป็นที่ไหนก็ได้ (anywhere) และทำผู้บริโภคทุกคนเข้าถึงสัมผัสได้ถึงวัฒนธรรมงานดีไซน์ในแบบอื่นๆที่มี ประโยชน์กับส่วนรวม ไม่ใช่แค่ความสวยงาม ความชอบ หรือสไตล์ใดๆ อีกต่อไป

3. เพิ่มช่องทางและวิธีการสื่อสาร

ปรับภาษาของสถาปนิก และดีไซเนอร์ที่มักจะเข้าใจยากและซับซ้อน ด้วยวิธีการสื่อสารในรูปแบบใหม่ นำเสนอเรื่องราวที่บริโภคอยากฟังให้เข้าใจง่าย และส่งเสริมให้ผู้บริโภคเห็นความสำคัญและได้ประโยชน์จากงานออกแบบ ไม่ใช่แค่ในเรื่องของส่งเสริมการทำธุรกิจที่ตีค่าด้วยเม็ดเงิน แต่รวมถึงคุณค่าทางจิตใจ ที่ก่อให้เกิดความสุข ความสบายใจ ความผ่อนคลายที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ นอกจากนี้ JARKEN ยังเพิ่มช่องทางการสื่อสารทุกรูปแบบรวมถึงการใช้โซเชียลมีเดียให้เข้าถึงแต่ ละชุมชน

ตั้งเป้าเติบโต 15% ภายในปี 2560

JARKEN ตั้งเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 15% ของยอดรายได้ปีที่ผ่านมา หรือ 500 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 80% สำหรับธุรกิจในปัจจุบัน และ 20% สำหรับธุรกิจใหม่ และตั้งเป้า 600 ล้านบาทภายในปี 2560

ด้วยโรดแมปนี้จะช่วยให้ JARKEN เดินหน้าสู่ความเป็นดีไซน์แบรนด์อย่างเติมตัว จากการขยายธุรกิจการให้บริการงานออกแบบสถาปัตยกรรม-สถาปัตยกรรมภายใน งานรับเหมาก่อสร้าง งานกราฟฟิกดีไซน์ ที่ปรึกษาการพัฒนาแบรนด์สินค้าและบริการ สู่ผลิตภัณฑ์ประเภทเฟอร์นิเจอร์ แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ต่างๆ ที่จะตอบโจทย์ความต้องการ และรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในยุคสังคมนี้ได้อย่าง 360º อีกทั้งการขยายฐานลูกค้าสู่ AEC และต่างประเทศในแถบเอเชียมากขึ้น

เรียกได้ว่ากลยุทธ์ Think Global, Act Local ของ JARKEN ได้กลายเป็นการดีไซน์แบรนด์สินค้ าและบริการทางเลือกแรกๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง และยังครอบคลุมถึง “Solution” ของงานดีไซน์ไว้รวมกันได้อย่างครบถ้วน ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหนือชั้น

จาร์เค็นฯ ชูแนวคิด Think Global, Act Local ตั้งเป้าปี 58 รายได้โตเพิ่ม 15%

กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด ตั้งเป้ารายได้โต 15% ต่อเนื่องทุกปี หวังทะลุ 600 ล้านบาท ในปี 60 พร้อมชูแนวคิด Think Global, Act Local เชื่อมโยง ปรับเปลี่ยน แชร์ต่อ พร้อมเดินหน้าสู่ความเป็นดีไซน์แบรนด์อย่างเต็มตัว

ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันสังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงไป มีการผสมผสานกระแสทางความคิด ความเชื่อและวัฒนธรรมความเป็นสากล และท้องถิ่นเข้าด้วยกันมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อสภาพของเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันที่ผู้ประกอบการจะต้องปรับ ตัว และก้าวตามให้ทัน ซึ่งบริษัทฯ ก็จะต้องปรับตัวตามกระแสสังคมให้ทัน จึงเป็นที่มาของแนวคิด ธิงค์ โกบอล แอค โลเคิล (Think Global Act Local) หรือการผสมผสานกระแสทางความคิด ความเชื่อ และวัฒนธรรมความเป็นสากลและท้องถิ่น (Glocality) เข้าด้วยกัน

“กว่าสิบปีที่ผ่านมา จาร์เค็นฯ จับตาดูความเป็นแปลงของสภาวะสังคม และเศรษฐกิจที่มีอยู่ตลอดเวลา และแม้ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมีความเป็นตัวของตัวเอง ฉลาดคิด ฉลาดเลือกมากขึ้น แต่ผู้บริโภคก็ยังคงเสพความเชื่อ และตามกระแสโลกอยู่ (Global Trend) ทำให้หลากหลายแบรนด์ใหญ่จากต่างประเทศหันมาทำแคมเปญที่ให้สังคมมีส่วนร่วม ต่อแบรนด์ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น การออกแบบร้าน Pop-up store ของกาแฟ illy คอลเลกชันแนว Street Art ของ Prada รวมถึงแบรนด์แฟชั่น Roberto Cavalli ที่เริ่มออกมาทำเฟอร์นิเจอร์ และอินทีเรียร์ดีไซน์ หรือแม้แต่วิศวกรอย่าง Tom Dixon ก็ออกมาทำเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน และบริษัทสถาปนิก ทั้งนี้ Glocality คือ การทำให้แบรนด์เข้าไปถึงสัมผัสถึงมือผู้บริโภค โดยไม่ต้องรอให้ผู้บริโภคเข้าหา หรือเดินตามหาแบรนด์”

ดร.กุลเดช กล่าวต่อว่า กลยุทธ์ของบริษัทฯ ใน 3 ปีนี้ จะเน้นขับเคลื่อนให้งานดีไซน์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคนในสังคม ด้วยการเชื่อมโยง-ปรับเปลี่ยน-แชร์ต่อ ความเหมือนและความแตกต่างของวัฒนธรรม และความเป็นอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ในโลก ไม่ว่าเอเชีย ยุโรป อเมริกา หรือออสเตรเลีย ให้คนไทยเข้าใจผ่าน 3 วิธี คือ การสร้างแรงบันดาลใจ และประสบการณ์จากการเดินทาง (Inspiration and education) การกระจายงานดีไซน์เข้าสู่ในชุมชน และสังคม เข้าไปส่งเสริม ตอบแทน และมีส่วนร่วมกับคนในสังคมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดผ่านทางโครงการต่างๆ รวมถึงการเพิ่มช่องทาง และวิธีการสื่อสาร ปรับภาษาของสถาปนิก และดีไซเนอร์ที่มักจะเข้าใจยากและซับซ้อน ด้วยวิธีการสื่อสารในรูปแบบใหม่ นำเสนอเรื่องราวที่ผู้บริโภคอยากฟังให้เข้าใจง่าย ส่งเสริมให้ผู้บริโภคเห็นความสำคัญ และได้ประโยชน์จากงานออกแบบ ไม่ใช่แค่ในเรื่องของส่งเสริมการทำธุรกิจที่ตีค่าด้วยเม็ดเงิน

“สิ่งที่สามารถมองภาพได้เป็นรูปธรรมมากที่สุด คือ โครงการสถาปัตย์บำบัดที่ได้ร่วมกับทีมแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลชั้นนำของ ไทย ที่เป็นการนำองค์ความรู้ด้านสถาปัตยกรรม และทางการแพทย์มาช่วยฟื้นฟูอาการเจ็บป่วยให้แก่ผู้ป่วย และผู้สูงอายุ โดยเข้าไปช่วยในการปรับสภาพแวดล้อมในที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัย และมีชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังมีโครงการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในให้แก่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ให้กลายเป็นโรงพยาบาลชั้นนำของจังหวัด และภาคเหนือตอนล่าง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุภายในที่อยู่อาศัย เพื่อเปลี่ยนมุมมองของแบรนด์ JARKEN จากของเรา (ours) เป็นของทุกคน (theirs) เปลี่ยนจากที่นี่ (here) เป็นที่ไหนก็ได้ (anywhere) และทำให้ผู้บริโภคทุกคนเข้าถึงสัมผัสได้ถึงวัฒนธรรมงานดีไซน์ในแบบอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่ใช่แค่ความสวยงาม ความชอบ หรือสไตล์ใดๆ อีกต่อไป” ดร.กุลเดช กล่าว

“อสังหาฯ เป็นธุรกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง มีรอบวงจรธุรกิจ 5-7 ปี เวลาโตโต แบบกระโดด เวลาลง ลงแรง ดังนั้น การดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาฯ จะต้องกระจายความเสี่ยงด้วยการทำธุรกิจต้นน้ำ ทำให้ครอบคลุม ปีที่ผ่านมาที่อยู่อาศัยชะลอ แต่สำหรับการออกแบบก่อสร้างคอมมูนิตีมอลล์เติบโตมาก รวมถึงตลาดต่างจังหวัด ทำให้ยอดขายเราโต รวมถึงแนวโน้มเจ้าของธุรกิจหันมาให้ความสำคัญต่อการสร้างแบรนด์ มีภาพลักษณ์ที่ดี มีการทำตลาดที่ชัดเจน อีกทั้งการชะลอตัวของภาคอสังหาฯ ทำให้หลายโครงการประสบความล้มเหลว ยอดขายไม่ได้ตามเป้า หันมาให้บริษัทเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาด แก้ไขปัญหาโครงการ เพื่อนำกลับมาทำตลาดใหม่ให้โครงการสามารถเดินต่อไปได้ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้ธุรกิจของบริษัทเติบโต” ดร.กุลเดช กล่าว

ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2558 นี้ จะมีรายได้รวมประมาณ 500 ล้านบาท หรือโตขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 15% จากปี 2557 ที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็น 80% สำหรับธุรกิจในปัจจุบัน และ 20% สำหรับธุรกิจใหม่ และตั้งเป้ามีรายได้เติบโตขึ้นจนแตะ 600 ล้านบาท ภายในปี 2560 นี้ โดยอาศัยแนวคิด Think Global, Act Local ในการเดินหน้าสู่ความเป็นดีไซน์แบรนด์อย่างเต็มตัว จากการขยายธุรกิจการให้บริการงานออกแบบสถาปัตยกรรม-สถาปัตยกรรมภายใน งานรับเหมาก่อสร้าง งานกราฟิกดีไซน์ ที่ปรึกษาการพัฒนาแบรนด์สินค้าและบริการ สู่ผลิตภัณฑ์ประเภทเฟอร์นิเจอร์ แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ต่างๆ ที่จะตอบโจทย์ความต้องการ และรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในยุคสังคมนี้ได้อย่าง 360º อีกทั้งการขยายฐานลูกค้าสู่ AEC และต่างประเทศในแถบเอเชียมากขึ้น

Architectural Therapy Me style

ในปัจจุบันการใช้ชีวิตของคนไทยมีความเป็นสังคมเมืองมากขึ้น (Urbanization) ผู้บริโภคมีไลฟ์ไตล์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์และวัฒนธรรมตะวันตกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีผลกระทบต่อร่างกาย และเกิดภาวะความเครียดและความกดดันจากการทำงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ และเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังต่างๆเช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง ประกอบกับประชากรโลกกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะสังคมสูงอายุอย่างเต็มขั้น ด้วยสภาพร่างกายของผู้สูงอายุที่ถดถอยทำให้เกิดภาวะบาดเจ็บ และโรคเรื้อรังได้ง่าย จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ และต้องการการดูแลจากบุตรหลาน หรือญาติพี่น้อง

โครงการสถาปัตย์บำบัด (Architectural Therapy) จึงเกิดขึ้นจากความร่วมมือของ สถาปนิก และนักออกแบบภายในจาก บริษัท จาร์เค็น จำกัด ร่วมกับทีมแพทย์และพยาบาลจาก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ในรูปแบบพหุสาขาวิชาชีพทางสถาปัตยกรรมควบคู่กับการแพทย์ ในการฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยระยะพักฟื้นที่อาศัยอยู่ที่บ้าน หรือโรงพยาบาลให้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติที่สุด รวมถึงการลดภาระให้กับผู้ดูแลอีกด้วย

1. Conceptการออกแบบแต่ละโครงการ

1.1 โครงการปรับปรุงบ้านพักอาศัยกรณีผู้ป่วยโรคเส้นประสาท เนื่องจาก ผู้ป่วยรายนี้ประสบอุบัติเหตุมา ทำให้ร่างกายช่วงล่างไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ มีอาการอ่อนแรง และเกร็ง แต่ร่างกายช่วงบนยังคงใช้งานได้ และมีกำลังค่อนข้างดี แต่เนื่องด้วยผู้ป่วยมีรูปร่างค่อนข้างใหญ่ เวลาจะเคลื่อนย้ายร่างกายต้องใช้คนหลายคนมาช่วย ซึ่งค่อนข้างลำบาก ทำให้ผู้ป่วยต้องอยู่แต่ในห้องแทบทั้งวัน ไม่ได้ออกไปไหน

- สภาพปัจจุบัน : ผู้ป่วยชอบนั่งกับพื้นซึ่งเป็นพื้นปูนที่ค่อนข้างแข็ง เพราะบอกว่านั่งกับพื้นแล้วเย็นทำให้เกิดเป็นแผลกดทับติดเชื้อที่บริเวณบั้นท้าย

- แนวทางการปรับปรุง : พยายามให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตอยู่บนเตียงลม เพื่อช่วยเรื่องลดปัญหาแผลกดทับ โดย จัดวางให้อยู่ในระดับความสูงที่เหมาะสม และติดตั้งพัดลมในตำแหน่งที่ให้ความเย็นกับผู้ป่วยได้เต็มที่ ตลอดจนการจัดวางเฟอร์นิเจอร์รอบๆ ให้เป็นสัดส่วน และสามารถที่จะหยิบใช้งานได้สะดวก โดยเฉพาะสิ่งของที่จะตอบสนองกิจกรรมที่ผู้ป่วยชื่นชอบ เช่น ตำแหน่งของโทรทัศน์ วิทยุ หรือชั้นวางหนังสือ เป็นต้น เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมหลายๆ อย่างได้ด้วยตัวเองเมื่ออยู่บนเตียง โดยที่ไม่ต้องเคลื่อนที่ไปจากเตียง

- สภาพปัจจุบัน : พื้นที่ห้องเป็นส่วนต่อเติมด้านหลังอาคารพาณิชย์ที่ทำขึ้นอย่างเร่งรีบ และไม่ค่อย เหมาะสม พบว่าอากาศภายในค่อนข้างอบอ้าว มีกลิ่นเหม็นอับ เนื่องจาก ไม่มีหน้าต่างในห้องเลย จึงทำให้ขาดการระบายอากาศที่ดี มีเพียงหลังคากระเบื้องโปร่งแสงที่สามารถให้ผู้ดูแลมาชักรอกเลื่อนเปิด-ปิดได้ แต่ก็จะเปิดไว้เฉพาะเวลากลางวันเท่านั้น ส่วนเวลากลางคืนก็จะต้องปิดไว้เนื่องจากกลัวฝนตกแล้วจะไม่มีใครมาปิดให้ เพราะผู้ป่วยไม่สามารถเปิด-ปิดได้ด้วยตัวเอง

- แนวทางการปรับปรุง : ออกแบบหลังคาระบายอากาศใหม่ ให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และผู้ป่วยสามารถที่จะ เป็นคนชักรอกเลื่อนเปิด-ปิดเองได้จากเตียงที่ผู้ป่วยนั่งหรือนอนอยู่รวมถึงทำหลังคาคลุมช่องนี้อีกชั้นเพื่อกันฝน และติดมุ้งลวดเพิ่มเพื่อกันยุงทำให้ช่องหลังคาระบายอากาศนี้สามารถเปิดไว้ได้ตลอดเวลา

- สภาพปัจจุบัน : ภายในห้องมีความชื้นตลอดเวลา รวมถึงกลิ่นเหม็นจากท่อระบายน้ำ ซึ่งเกิดจากการที่บริเวณส่วนอาบน้ำไม่ได้แยกส่วนเปียก-ส่วนแห้งไว้อย่างเหมาะสมทำให้พื้นที่ที่ใช้อยู่อาศัยเปียกและชื้นเป็นวงกว้างเกินกว่าที่ควรจะเป็น

-แนวทางการปรับปรุง : ออกแบบพื้นที่อาบน้ำใหม่ให้มีการกำหนดขอบเขตส่วนเปียก-ส่วนแห้งให้ชัดเจน มากยิ่งขึ้น เพื่อลดปัญหาในเรื่องของน้ำไหลนองมายังบริเวณใกล้เคียง และความชื้น รวมถึงการจัดวางอุปกรณ์ในห้องน้ำให้อยู่ในตำแหน่งและระดับความสูงที่เหมาะสม ส่วนเรื่องกลิ่นจากท่อนั้นก็ใช้ซิลิโคนยิงรอยต่อของฝาท่อระบายน้ำ เพื่อช่วยลดเรื่องกลิ่นเหม็นที่ขึ้นมาจากท่อ

- สภาพปัจจุบัน : แสงสว่างภายในค่อนข้างมืดสลัว เนื่องจาก ช่องแสงน้อย และสีของผนังและพื้น ยังเป็นสีปูนซึ่งค่อนข้างเข้ม อันมีผลต่อสภาวะจิตใจที่จะก่อให้เกิดเป็นโรคซึมเศร้าได้ง่าย

- แนวทางการปรับปรุง : นอกจากเพิ่มขนาดช่องแสงหลังคาตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังต้องทำการ ทาสีผนังใหม่โดยเลือกสีที่ผู้ป่วยชื่นชอบเป็นพิเศษ และติดตั้งดวงโคมเพิ่มเติมเพื่อให้มีแสงสว่างที่เหมาะสม

1.2 โครงการปรับปรุงบ้านพักอาศัยกรณีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง สำหรับกรณีนี้ สภาพของผู้ป่วยตอนที่ไปพบครั้งแรกนั้น จะไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกาย หรือช่วยเหลือตัวเองได้เลย รวมถึงความทรงจำในอดีตของผู้ป่วยที่จะขาดหายไปในบางช่วง ซึ่งกรณีนี้ไม่เพียงแค่จะต้องฟื้นฟูสภาพร่างกาย จิตใจ แต่ยังต้องเรียกความทรงจำที่ขาดหายไปในบางช่วงกลับคืนมา

- สภาพปัจจุบัน : ห้องพักของผู้ป่วยอยู่ตำแหน่งกลางบ้าน ชั้น 2 ของอาคารพาณิชย์ ถูกกั้นด้วย ผนังกระจกและอลูมิเนียมอย่างง่ายๆ ไม่มีหน้าต่างที่ติดกับภายนอกเมื่อเข้าไปครั้งแรกรู้สึกถึงความอึดอัด เนื่องจาก ขนาดห้องที่ไม่ใหญ่ มีเฟอร์นิเจอร์วางอยู่ค่อนข้างแน่น

- แนวทางการปรับปรุง : เนื่องจากทางญาติมีแผนจะย้ายผู้ป่วยไปยังบ้านอีกหลังซึ่งเป็นลักษณะบ้านเดี่ยว โดยจะต่อเติมเป็นห้องขึ้นมาโดยเฉพาะจึงได้ให้คำแนะนำในเรื่องตำแหน่ง และขนาดของห้องที่เหมาะสมภายใต้ข้อจำกัดทางโครงสร้างและพื้นที่ที่มีอยู่ โดยห้องใหม่นี้อยากให้เป็นห้องที่โปร่งโล่ง ดังนั้น ต้องเห็นธรรมชาติให้มากที่สุด ในขณะเดียวกันต้องโดนแดดให้น้อยที่สุด

- สภาพปัจจุบัน : จากสภาพพื้นที่ของบ้านเดิม หากมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจะเป็นไปด้วยความยาก ลำบากมาก ทั้งในเรื่องของการที่อยู่ชั้น 2 และขนาดของเส้นทางการขนย้ายผู้ป่วยที่ค่อนข้างแคบ

- แนวทางการปรับปรุง : จัดวางห้องพักใหม่นี้ให้มีทางเข้าถึงได้จากหลายทาง และมีขนาดใหญ่ เผื่อใน กรณีฉุกเฉินที่จะต้องมีเจ้างหน้าที่หลายคนมาช่วยในการขนย้าย ตลอดจนการวางตำแหน่งของเตียงผู้ป่วยที่อยู่ในตำแหน่งและทิศทางที่สามารถเคลื่อนย้ายเข้า-ออกภายนอกได้สะดวกที่สุด

- สภาพปัจจุบัน : ห้องที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก ทำให้เต็มไปด้วยตู้และชั้นวางของ เหลือพื้นที่สำหรับ วางเตียงนอนของคนดูแลที่จะต้องนอนเฝ้าผู้ป่วยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดูคับแคบมาก ซึ่งคุณภาพชีวิตของผู้ดูแลก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

- แนวทางการปรับปรุง : จัดเตรียมพื้นที่พักผ่อนสำหรับคนดูแลให้มีขนาดเหมาะสม โดยทำให้เป็นลักษณะ เตียงที่พับได้ เมื่อไม่ใช้ก็สามารถพับเก็บไม่เกะกะพื้นที่ ส่วนเรื่องตู้เก็บของต่างๆ ก็จัดวางไว้ให้เป็นระเบียบและอยู่ในตำแหน่งที่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก

- สภาพปัจจุบัน : จากปัญหาทางด้านความทรงจำที่ขาดหายไปในบางช่วงนั้น หากเพียงแต่เน้นรักษาอาการทางร่างกาย ก็คงไม่อาจเรียกความทรงจำนั้นกลับมา

- แนวทางการปรับปรุง : ทราบจากญาติว่าตอนที่ผู้ป่วยมีร่างกายปกติดีนั้น ชอบดูข่าวพระราชสำนัก และ ชอบปลูกต้นเฟื่องฟ้าจึงได้กำหนดให้มีโทรทัศน์ในตำแหน่งที่ผู้ป่วยมองเห็นได้สะดวก และตั้งเวลาเปิดไว้ในช่วงที่มีข่าวพระราชสำนัก ตลอดจนนำกระถางเฟื่องฟ้ามาห้อยกับชายคาภายนอกบ้านในตำแหน่งที่ผู้ป่วยสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน รวมถึงการจัดวางเตียงผู้ป่วยให้สามารถมองเห็นกิจกรรมของลูกๆ หลานๆ ภายในบ้านได้จากในห้องพักที่ผู้ป่วยอยู่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้แม้ไม่ช่วยให้เกิดเห็นผลในทันที แต่จากการทดลองกับผู้ป่วยท่านนี้ในบางเรื่อง เช่น การเปิดข่าวให้ดู ก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามีพัฒนาการด้านการตอบสนองที่ดีขึ้น

2. การเลือกใช้ material ในการทำเเต่ละโครงการ

2.1 กรณีผู้ป่วยโรคเส้นประสาท การเลือกใช้วัสดุไม่เพียงคำนึงถึงการใช้งานของผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงการดำเนินชีวิตของคนอื่นๆ ภายในบ้านด้วย เนื่องด้วยสภาพบ้านพักอาศัยเป็นอาคารพาณิชย์ที่ประกอบการค้าขาย ทำให้การปรับปรุงเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาที่น้อยที่สุดดังนั้น วัสดุที่นำมาใช้จะต้องมีขั้นตอนการทำงานที่ง่าย ใช้พื้นที่ในการเตรียมงานไม่มาก เกิดฝุ่น และเสียงดังให้น้อยที่สุด เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันที่ต้องขายของ มีที่กองของจำนวนมาก และมีคนเข้าคนออกตลอดเวลา

2.2 กรณีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เนื่องจาก ในระยะแรกผู้ป่วยไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายเองได้ ดังนั้น การเลือกใช้วัสุดจึงเน้นไปที่เรื่องของการกระตุ้นประสาทสัมผัสทางสายตา และความทรงจำมากกว่ารวมถึงเพื่อให้สะดวกและเหมาะสมต่อการใช้งานของผู้ดูแล

3. สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการออกแบบมีอะไรบ้าง เช่น พฤติกรรมของผู้ใช้ ความต้องการของครอบครัว พื้นที่ งบประมาณ เป็นต้น

- ก่อนการออกแบบและปรับปรุงที่อยู่อาศัย ต้องเริ่มจากอาการของโรค หรืออุบัติเหตุ เพื่อที่จะนำมาปรับให้เหมาะสมและใกล้เคียงกับพฤติกรรมใช้ชีวิตประจำวัน และกิจกกรมที่ชอบทำของผู้ป่วยและผู้สูงอายุมากที่สุด ซึ่งออกแบบใหม่ หรือการปรับปรุงบ้านนั้น สามารถทำมากทำน้อยได้ ขึ้นกับความพร้อมของแต่ละครอบครัว เช่นโดยทีมผู้ออกแบบและทีมแพทย์ พยาบาลจะดูจากส่วนที่สำคัญที่สุดก่อน ทั้งนี้สิ่งที่ผู้ออกแบบต้องคำนึงถึงนั้นมีถึง 14 ข้อ ได้แก่

1. ความสว่าง 2. วัสดุพื้น 3. วัสดุผนัง 4. วัสดุฝ้าเพดาน 5. ระดับความสูงและขนาดเฟอร์นิเจอร์ 6. ตำแหน่งการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ 7. ประตู 8. หน้าต่าง 9. ขั้น(step) 10. การระบายอากาศ, กลิ่นอับ และความชื้น 11. อุปกรณ์ช่วยเหลือ 12. เสียงในสภาพแวดล้อมข้างเคียง 13. พื้นที่ภายนอก 14. ระบบไฟฟ้า ปลั๊กและสวิตซ์

4. สิ่งที่คาดว่าผู้ป่วยจะได้รับจากการออกแบบ ในการปรับพื้นที่ที่อยู่อาศัย

• ผู้ป่วยและผู้สูงอายุสามารถช่วยเหลือตัวเองมากขึ้นมีความสุขมากขึ้น และลดภาระของผู้ดูแล • ผู้ป่วยและผู้สูงอายุสามารถสร้างภูมิคุ้มกันทางกายและจิตใจได้เองจากการฟื้นฟูและการใช้ชีวิตปรกติในชีวิตประจำวัน • ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และผลกระทบที่ก่อให้อาการกำเริบ • ผู้ป่วยและญาติเข้าใจว่าการออกแบบ หรือการปรับพื้นที่ที่อยู่อาศัยมีความสำคัญ ทำได้ไม่ยาก

5.รายละเอียดข้อมูลของเจ้าของโครงการ

ข้อมูลผู้ป่วยโรคเส้นประสาท ผู้ป่วยเพศชาย อายุ 35 ประสบอุบัติเหตุ รถชน เมื่อ 6 ปีก่อน ปัจจุบันขาช่วงล่างใช้งานไม่ได้ (อัมพฤกษ์) และมีแผลกดทับที่ก้น เนื่องจากนั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน สามารถเคลื่อนไหวได้ช่วงด้านบนของลำตัว โดยช่วงแขนยังแข็งแรงใช้งานได้ค่อนข้างดี ผู้ป่วยมีท่อต่อระบบขับถ่ายอุจจาระ-ปัสสาวะภายนอกร่างกาย ซึ่งอยู่อาศัยห้องที่ต่อเติมหลังบ้านของตึกแถวที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก และมีความชื้น-กลิ่นอับเนื่องจากมีส่วนสำหรับอาบน้ำรวมอยู่ด้วย

ข้อมูลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยเพศหญิง อายุ 78 ปี เข้ารับการผ่าตัดสมองเมื่อประมาณปี 2556 และได้กลับมาพักฟื้นที่บ้านของลูกสาวที่มีลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์ โดยได้กั้นห้องชั่วคราวอยู่ที่ชั้น 2 แต่เนื่องด้วยข้อจำกัดของอาคารเดิมทำให้ห้องนี้ค่อนข้างอึดอัด เนื่องจากไม่มีหน้าต่าง สภาพร่างกายของผู้ป่วยเมื่อกลับจากโรงพยาบาลในช่วงปีแรกจะเป็นลักษณะที่นอนติดเตียง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และระหว่างที่พักรักษาตัว ก็จะต้องมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเป็นระยะ ซึ่งการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจะค่อนข้างยากลำบาก และต้องใช้คนช่วยหลายคน แต่ในอนาคตมีแผนจะย้ายผู้ป่วยกลับไปที่บ้านของลูกชายซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว และเป็นสถานที่ที่ผู้ป่วยเคยอาศัยอยู่ตอนที่ร่างกายยังแข็งแรง โดยจะต่อเติมเป็นห้องนอนไว้ให้กับผู้ป่วยโดยเฉพาะที่ชั้นล่าง

จาร์เค็นบุกธุรกิจบริการอสังหาฯ ครบวงจร

จาร์เค็น ขยายไลน์รับบริการอสังหาฯ ครบวงจร ตั้งแต่ออกแบบ ตกแต่ง ก่อสร้าง ประชาสัมพันธ์ สร้างแบรนด์ หวังกระจายความเสี่ยง ตั้งเป้าปี 58 โต 15% เผยปี 57 ที่อยู่อาศัยชะลอตัว แต่คอมมูนิตีมอลล์ โตก้าวกระโดด งานออกแบบก่อสร้างทะลัก

ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท จาร์เค็น ( JARKEN ) จำกัด เปิดเผยว่า จากความสำเร็จในการขยายธุรกิจบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ให้มีความครอบคลุม ครบวงจร ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาของบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้ราว 300 ล้านบาท จากเดิมที่ดำเนินธุรกิจออกแบบสถาปัตยกรรมภายในเพียงอย่างเดียว โดยปัจจุบัน บริษัทให้บริการครอบคลุมงานออกตกแต่ง ก่อสร้าง ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาแบรนด์สินค้า และการประชาสัมพันธ์ ผ่านบริษัทและบริษัทในเครืออีก 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท ออกแบบ พาย จำกัด ดูแลด้านการออกแบบเจาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่, บริษัท ไทยเกอร์ลิลลี่ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ดูแลภาพลักษณ์และที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาด และบริษัท เจ.เค.บิวเดอร์ส จำกัด ดูแลด้านรับเหมาก่อสร้าง

สำหรับทิศทางของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้เชื่อว่าจะเติบโตขึ้นตาม การเติบโตของจีดีพี โดยมีปัจจัยบวกสำคัญจากนโยบายการลงทุนภาครัฐ การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 15% จากปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ตามเป้ายอดขายที่วางเอาไว้ในปีนี้ แล้ว แต่เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากกรณีที่ลูกค้าชะลอก่อสร้าง หรือส่งมอบโครงการออกไป จึงเดินหน้ารุกตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นการรุกตลาดอย่างครอบคลุม กระจายทั้งใน และต่างจงหวัด

ในปีที่ผ่านมา แม้ว่าไทยจะประสบปัญหาการเมือง และเศรษฐกิจ จนทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัย แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดค้าปลีก คอมมูนิตีมอลล์ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันการทำคอมมูนิตีมอลล์ เจ้าของที่ดินสามารถดำเนินการเองได้โดยไม่ต้องจ้างผู้อื่นบริหารให้ ทำให้ธุรกิจนี้เกิดขึ้นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา และเกิดการจ้างออกแบบ ก่อสร้าง การสร้างแบรนด์ การทำการตลาดตามมา ซึ่งในปี 58 เชื่อว่าธุรกิจคอมมูนิตีมอลล์จะยังเติบโตได้อีก

ดร.กุลเดช กล่าวต่อว่า ปีนี้ตลาดในต่างจังหวัดยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากจากการขยายตัวของเมือง และไลฟ์สไตล์ของคนต่างจังหวัดที่เปลี่ยนไป ให้ความสำคัญต่อการออกแบบ ตกแต่งมากขึ้น ปีที่ผ่านมา บริษัทได้รับงานออกแบบตกแต่งในจังหวัดขอนแก่น บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด กาญจนบุรี และพิษณุโลก เป็นต้น ซึ่งปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้จากต่างจังหวัดเพิ่มเป็น 30%

“อสังหาฯ เป็นธุรกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง มีรอบวงจรธุรกิจ 5-7 ปี เวลาโตโต แบบกระโดด เวลาลง ลงแรง ดังนั้น การดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาฯ จะต้องกระจายความเสี่ยงด้วยการทำธุรกิจต้นน้ำ ทำให้ครอบคลุม ปีที่ผ่านมาที่อยู่อาศัยชะลอ แต่สำหรับการออกแบบก่อสร้างคอมมูนิตีมอลล์เติบโตมาก รวมถึงตลาดต่างจังหวัด ทำให้ยอดขายเราโต รวมถึงแนวโน้มเจ้าของธุรกิจหันมาให้ความสำคัญต่อการสร้างแบรนด์ มีภาพลักษณ์ที่ดี มีการทำตลาดที่ชัดเจน อีกทั้งการชะลอตัวของภาคอสังหาฯ ทำให้หลายโครงการประสบความล้มเหลว ยอดขายไม่ได้ตามเป้า หันมาให้บริษัทเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาด แก้ไขปัญหาโครงการ เพื่อนำกลับมาทำตลาดใหม่ให้โครงการสามารถเดินต่อไปได้ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้ธุรกิจของบริษัทเติบโต” ดร.กุลเดช กล่าว

ดร.กุลเดช กล่าวอีกว่า ภาย หลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปลายปี 2558 นี้ สถาปนิกไทยจะได้รับความสนใจจากกลุ่มประเทศสมาชิกเป็นอย่างมาก เพราะในด้านการออกแบบสถาปนิกไทยถือว่ามีฝีมือที่สุด แต่ในด้านการบริหาร การเจรจานั้นไทยยังด้อยกว่าสิงคโปร์ ซึ่งคาดว่าหลังจากเปิด AEC สิงคโปร์ จะเข้ามาตั้งสาขาของบริษัทรับงานออกแบบในประเทศไทยมากขึ้น โดยใช้สถาปนิกไทยบริหารงาน

สำหรับเทรนด์การออกแบบในปี 2558 จะเป็นในรูปแบบของการสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุมากขึ้น และการออกแบบในลักษณะของ Do It Yourself : DIY การสร้างสรรค์ ประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้ หรือการทำสิ่งใดๆ ด้วยตัวเอง และสามารถใช้งานได้จริง จะไม่มีรูปแบบที่ตายตัว เพราะเป็นงานที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ และการลงมือทำด้วยตนเองของเจ้าของงาน

“การออกแบบไม่ใช่เศษกระดาษเหมือน สมัยก่อน ปัจจุบันคนรุ่นใหม่จะให้ความสำคัญต่อการออกแบบที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน หรือรอมมูนิตีมอลล์ ส่วนตลาดงานออกแบบ และก่อสร้างในปี 2558 เชื่อว่าจะมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น แต่ละบริษัทจะพยายามหาจุดขายของตัวเองให้มากขึ้น และจะมีการดัมพ์ราคากันมาก แต่คุณภาพงานต้องดีด้วย” ดร.กุลเดช กล่าว

เอกเขนก กุลเดช

ดร. กุลเดช สินธวณรงค์ หนึ่งในผู้นำที่มีความคิดที่น่าสนใจและการดำเนินงานที่น่าจับตามองของวงการสถาปัตยกรรม และสถาปัตยกรรมภายในที่สุดคนหนึ่งในเวลานี้

กุลเดช เป็นกรรมการผู้จัดการ ของ กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด ที่สามารถต่อยอดและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์บนพื้นฐานเดิมของบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมภายใน งานตกแต่ง ก่อสร้างมาสู่การเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาแบรนด์สินค้าและบริการ และการประชาสัมพันธ์ จนกลายมาเป็นผู้นำด้านการออกแบบอย่างครบวงจรที่สุดของไทยด้วยเวลาเพียง 12 ปี แม้การแข่งขันจะสูง แต่ด้วยความเชื่อมั่นและความคิดขบถที่เป็นคาแรกเตอร์ส่วนหนึ่งของเขา ที่นำพาให้กุลเดชได้ลองทำอะไรใหม่ๆ และกล้าฉีกความคิดให้แตกต่างจากกลุ่มธุรกิจเดียวกัน ซึ่งทำให้ได้รับรางวัล Asia Pacific Entrepreneurship Awards 2014 Thailand ประเภท Most Promising Entrepreneurship Awards ในฐานะผู้บริหารธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์และผลการดำเนินงานที่โดดเด่น ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน รับผิดชอบต่อสังคม และพร้อมนำพาองค์กรไปสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจ

กุลเดช มาจากครอบครัวโบราณที่รุ่นปู่ย่าตายายปลูกฝังว่าการเรียนหนังสือสำคัญที่สุด ต้องขยันและตั้งใจเรียน แต่เพราะความไม่แน่ใจในสมัยนั้นว่าตัวเองชอบอะไร ก็เลยเลือกวิศวโยธา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพราะดูติดดินดี ดูสนุก อีกทั้งได้ไปค่ายอาสา ได้สัมผัสชาวบ้าน ไม่เหมือนสังคมโรงเรียนเซนต์คาเบรียลที่เคยจบมา ทำให้ตัวเองเริ่มเห็นภาพว่าโลกเรามีช่องว่างทางสังคมเยอะ และเริ่มมีขบถทางความคิดก็ตอนนั้น ทำให้อยากลองอะไรที่ไม่เคยลอง ก็เลยเลือกเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษเพราะชอบความเก่าๆขลังๆของยุโรป แต่เลือกเรียนต่อด้านบริหารงานก่อสร้างแทน เพราะเริ่มต่อต้านความคิดแบบแท่งๆเหลี่ยมๆแบบวิศวกร หรือ เหตุผลที่ไม่มีเหตุผล โชคดีที่เป็นคนเรียนดีเลยได้ทุนเรียนต่อปริญญาเอกด้านบริหารงานออกแบบและอสังหาริมทรัพย์ ช่วงนั้นเลยได้ทำงานไปด้วย ตั้งแต่เด็กเสิร์ฟอาหาร เด็กบาร์โยกเบียร์ ล่ามในศาล (เพราะสนใจกฎหมาย ไม่ได้ตังค์ ทำเพราะช่วยคนไทยที่มีปัญหาทางภาษา) ขอทาน(ลองนอนข้างถนนเพราะสงสัยว่าคนไร้ที่อยู่เป็นยังไง ไม่มีเงินกินข้าวจริงหรือ แต่ทำไมเลี้ยงหมาตัวใหญ่ๆได้) ไปจนถึงผู้ช่วยวิจัยและเป็นอาจารย์มหาลัยในประเทศอังกฤษ (เพราะสงสัย ทำไมเด็กอังกฤษเก่งตรรกกะ แต่สู้วิชาการคนไทยไม่ได้)

ช่วงที่เรียนจบเป็นยุคฟองสบู่พอดี ธุรกิจอสังหาฯโดนผลกระทบหนัก วิศวกรและสถาปนิกไม่มีงานทำ เลยลองสวนกระแส ท้าทายตัวเอง คิดว่าถ้าไม่รอดก็เจ๊ง ซึ่งท้ายสุดก็รอดมาได้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้มาถึงตรงนี้ได้ อาจเป็นเพราะการปรับตัวและก้าวไปพร้อมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ชีวิตต้องขยัน ตามที่ปู่ย่าตายายสอนแล้วทำตาม

ตอนนี้ยังเป็นคนลองผิดลองถูก และพยายามคิดเชื่อมต่อกับสาขาวิชาชีพอื่นหรืออุตสาหกรรมอื่นอยู่เสมอ ไม่เช่นนั้นคนอื่นจะล้ำหน้าเราไป อย่างคนเป็นสถาปนิกควรรู้อย่างอื่นในโลกด้วย คนเป็นวิศวกรก็ไม่ควรคิดว่าทำได้ทุกอย่างเสมอไป(เหมือนที่คณะชอบสอน) หรือนักการตลาดควรสวมวิญญาณนักคิด โดยผสมผสานความคิดของทุกวิชาชีพได้

ทุกวันนี้อยากเป็นครูและพยายามเป็นอยู่เสมอ เพราะรู้สึกดีที่เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้คนเก่งกว่าตัวเอง คิดว่าเป็นการเปิดโอกาสที่ดีที่ให้สังคม นอกจากนี้ยังชอบเขียนหนังสือ แนวการตลาดที่อ่านและเข้าใจง่ายให้คนไทยอ่าน

หากมีเวลาว่าง สมัยเด็กๆ กุลเดชชอบไปเขาใหญ่ เพราะรู้สึกสนุกที่ได้ลุย โบกรถ เดินป่า นอนเขา ขึ้นดอย แต่พออายุมากขึ้นก็เปลี่ยนมาขี่จักรยานแทน เที่ยวกับครอบครัว และทำกับข้าวให้ลูกๆ

หากเป็นเรื่องเพลงจะชอบหลายแนว เช่น เวลาเขียนหนังสือจะฟัง Vivaldi กับ Bach เพราะช่วยให้ความคิดลื่นไหล แต่หากรู้สึกเหนื่อย จะฟัง Carmen ของ Bizet เพราะมันมันให้รู้สึกว่าคนอื่นลำบากกว่าเรา เหนื่อยกว่าเรา และล่าสุดเริ่มมาชอบ B5 / 25 hours และ Getsunova เพราะทำให้เข้าถึงความรู้สึกคนอีกเจนเนอเรชั่นนึงซึ่งน่าสนใจมาก

ไม่มีของสะสม เพราะมองชีวิตไปข้างหน้า มองอดีตแต่ไม่ชอบเก็บ อดีตที่สนใจอย่างเดียวคือความทรงจำทุกอย่างที่มีเกี่ยวกับภรรยาและลูกๆ

จาร์เค็น พร้อมลุยตลาด AEC หลังทยอยเปิดบริษัทลูกเสริมทัพธุรกิจ

นายกุลเดช สินธวณรงค์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2558 คาดว่าธุรกิจโดยรวมของกลุ่มบริษัท จาร์เค็น ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจโดยรวมน่าจะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะมีผลทำให้ภาคธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของกลุ่มบริษัท จาร์เค็น เช่น ธุรกิจอสังหา ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ค้าปลีก มาใช้บริการของกลุ่มบริษัท จาร์เค็น มากขึ้น ทั้งในส่วนของการออกแบบ สถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมภายใน งานตกแต่ง ก่อสร้าง ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาแบรนด์ สินค้าและการประชาสัมพันธ์ เพิ่มมากขึ้น

“ในปี 2558 นี้กลุ่มบริษัท จาร์เค็นได้ย่างเข้าสู่ปีที่ 12 เรียบร้อยแล้ว โดย 2 ปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัท จาร์เค็น ได้แสดงศักยภาพที่โดดเด่นยิ่งขึ้น มีการเปิดบริษัท ออกแบบ พาย จำกัด เข้ามาเสริมงานด้านการออกแบบของกลุ่มบริษัท จาร์เค็น โดยเจาะกลุ่มผู้บริโภคสมัยใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น แตกต่างไม่เหมือนใคร ด้วยการสร้างเอกลักษณ์และการเข้าถึงผู้บริโภคด้วยการสื่อสารที่เข้าใจง่าย และเปิดตัวบริษัท ไทเกอร์ลิลลี่ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ที่ให้บริการด้านการดูแลภาพลักษณ์และให้คำแนะนำด้านการประชาสัมพันธ์ รวมทั้งเปิดตัวบริษัท เจ. เค. บิวเดอร์ส จำกัด ที่ดูแลในส่วนของรับเหมาก่อสร้าง ส่งผลให้ธุรกิจของกลุ่มบริษัท จาร์เค็น ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในปี 2557 ที่ผ่านมา”นายกุลเดช กล่าว

ทั้งนี้จากการขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัท จาร์เค็น ที่ผ่านมา เน้นกลยุทธ์นำความคิดสร้างสรรค์จากงานดีไซน์ สู่การคิดแบบนักการตลาดยุคใหม่ โดยไม่ทิ้งความเป็นตัวตนที่มีความแข็งแกร่งทั้งภาพลักษณ์และความสามารถต่อ ผู้บริโภค ซึ่งสามารถสร้างความแตกต่างในตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ส่งผลให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ องค์กร โรงพยาบาล ร้านค้า และโรงแรม ให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยม และมองเห็นความสำคัญของงานดีไซน์ต่อธุรกิจมากขึ้น ดังนั้นจึงส่งผลให้ผลประกอบการของกลุ่มบริษัท จาร์เค็น เติบโตขึ้นกว่า 15% ในปี 2557 ที่ผ่านมา

สำหรับในปี 2558 นี้กลุ่มบริษัท จาร์เค็นยังมีนโยบายขยายตลาดเพิ่มมากขึ้น ให้ครอบคลุมตลาดประชาคมเสรษฐกิจอาเซียน (AEC) เนื่องจากประเมินว่าธุรกิจในตลาด AEC มีแนวโน้มการขยายตัวค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม) และในเดือนตุลาคม 2558 กลุ่มบริษัท จาร์เค็นจะมีการออกบูธในงาน “Build and Decor 2015” ที่ประเทศเมียนมาร์

ผลักดันงานออกแบบไทยสู่สากล


Nature in Hidden Space







Metamorphosis of a brand




เสียงสะท้อนของงานดีไซน์ระดับสากล



Silom Office Space

Who: JARKEN Co., Ltd (Sasivimol Sinthawanarong)

What: Creates and revitalizes an 20 years old dull office space into a very extensive, yet feel exclusive of flowers, rocks and serpentines that design to flow into one another.

When: 2013-2014

Where: Silom rd, Bangkok, Thailand

Why: To highlight the petals of a corporate identity 'lotus' that shows the company strength and simplicity, blending with stylish, vibrant and energetic environment designed space for young generation's employment patterns.

Describe your practice in three words: Smart Luxury Creative

Where do you draw inspiration from?: Surrounding unforeseen reflection of contemporary design and fashion emerging between the digital and the physical realms, the collaboration of natural forms and functions collapses into any object with intrinsic sensorial behaviors

What makes you stand out from others in your field? Strong personal design intent with clear and concise statement from inception stage of design throughout the project onto the delivery

Where do you go, or what do you do, when you get stuck on a project? Clear my head, an do it again and again Name a book you think every (designer/artist/architect, etc) should read. Patricia Aguilera and Emotional Branding

What design tool can you not live without? Triangle scale, sketchbook and pencils

What project are you most proud of? Every single one of them

How would you define creativity? Being creative is about being “never enough” There is no final piece of work. No final applause. There is only an appetite that is never satisfied

What are you working on currently? Hotel in Thailand

If you could invite any artist/designer/creative out for coffee, who would you choose and why? Patricia Aguilera because I would like to find out how she makes her works speak for herself.

Could you please tell us a bit about you, who you are and what you do? Design Principal at JARKEN group of companies, interior architect by profession.

Could you please introduce your recent Silom Office project? Was it a renovation of an existing office space or a new construction? The project was a total make over, a renovation from 20 years old office space that need fresh look yet maintaining the client's existing brand identity in a more fashionable.

What were the main objectives that the client was looking to achieve in the main office space and how did you address their requests? The space need to speak in terms of design interiority. All features in the new renovated space must be innovative, welcoming and hearted-felt touchy for visitors. The client's business is agricultural so all elements we use must be eco-friendly and self-explainable.

What was the greatest challenge you faced in the design and how did you resolve it? Hand craft furniture and materials. All elements for fix and loose furniture must be custom made to details. Budget is challenge when it comes to that. We resolved that by working closely with craft man and suppliers.

Could you talk a bit about the Wall Span, I think the textual element is interesting. It's a graphic design on staff personal cabinet to give them power of integrity and motivation that lead this organization to dates

Could you talk about your choice of color in the teleconference room? Must be dynamic. They call it wall room as commodity market changes faster than stock market.

Could you please talk about the wall treatment in the Lobby as well, what is the material and what was your concept for this space? Moving people, bring them to the pace for future (18th floor) we use book match mosaic randomly.

Welcoming and hospitality for visitors on the 4th floor.

What’s next? What are you working on currently? Hotel in Santorini, Huahin, Thailand

สร้างสรรค์งานดีไซน์สู่ระดับโลกคุณก็ทำได้



รู้จักกับ JARKEN ดีไซน์เรียบหรูที่ลงตัวสำหรับชีวิตที่ลงตัว

ในโลกที่งานดีไซน์กำลังนำหน้าทุกสิ่ง การออกแบบบ้านให้น่าอยู่ต้องไม่ใช่แค่สวย ดูดี แต่ต้องสะท้อนตัวตนและรสนิยม ตลอดจนการใช้งานต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้เป็นเจ้าของด้วย JARKEN บริษัทสถาปนิกชั้นนำที่ให้บริการงานออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอกและภายในซึ่งเชี่ยวชาญในการออกแบบที่อยู่อาศัยระดับบน และมีผลงานที่ได้รับรางวัลในระดับสากลเรื่อยมา งานออกแบบของ JARKEN มีความเรียบ หรู สง่างามแบบ Modern Luxury ที่มีเอกลักษณ์ ในขณะเดียวกันก็มีฟังก์ชั่นที่เข้าใจผู้ใช้จริงๆ หากจะนิยามบุคลิกแบบ JARKEN ออกมาเป็นคำพูดก็อาจหาคำจำกัดความได้ยาก การได้พูดคุยกับ Design Director และหนึ่งในสถาปนิกผู้ก่อตั้ง JARKEN อย่างคุณแจน – ศศิวิมล สินธวณรงค์ ก็อาจทำให้เราเข้าใจตัวตนของงานดีไซน์ของ JARKEN ได้ดียิ่งขึ้น

หลังจากที่คุณแจนเรียนจบด้านสถาปัตยกรรมภายในจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เธอก็ได้สะสมประสบการณ์ผ่านการทำงานในบริษัทสถาปนิกมีชื่อหลายแห่ง และเสริมความรู้ให้แน่นขึ้นด้วยการไปศึกษาต่อยัง Parson School of Design ที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาและ DOMUS Academy ที่มิลาน ประเทศอิตาลี ที่ซึ่งเธอบ่มเพาะความถนัดในงานดีไซน์แบบ Italian Modern ซึ่งกลายมาเป็นความเรียบหรูแบบ JARKEN ในที่สุด

งานออกแบบในแบบของ JARKEN นอกจากการใช้งานที่ต้องอยู่ได้คงทนถาวร งานต้องดูสวยได้นาน ไม่เบื่อง่าย นี่คือความ Luxury ในแบบ JARKEN คือทำไป 5 ปี 10 ปี ก็ยังดูไม่หลุดสไตล์ เพราะไม่ได้เป็นสไตล์แฟชั่นที่มาแล้วไป แต่เป็นอะไรที่เรียบง่ายอยู่ได้นาน ไม่ได้อิงเทรนด์ไหนมากมายจนเกินไป อย่างวินเทจของ JARKEN ก็ไม่ได้มีรายละเอียดมากอย่างวินเทจทั่วไป เราจะลดทอนมา และปรับวัสดุในสไตล์ของเราเข้าไป ให้ดูได้นาน กำลังดี

หลักการที่ทำให้ทีมดีไซน์ของ JARKEN มีทำงานไปในทิศทางเดียวกัน อันนี้ยากมากค่ะ คือแจนคิดว่าน้องๆ อินทีเรียดีไซเนอร์แต่ละคนก็มีสไตล์ต่างกัน กว่าจะปรับภาพให้ทุกคนเห็นว่าสวยเหมือนกันก็ต้องใช้เวลา ตรงนี้แจนต้องเข้าไปคุยกับน้องๆ ในทุกขั้นตอนการทำงานให้เข้าใจถึงความเป็น JARKEN ว่าอันนี้มากเกินไป น้อยเกินไป วัสดุยังไม่ลงตัว หรือสีมันโดดจากกันเกินไป ก็ต้องปรับกันปีสองปีเป็นอย่างน้อย แต่แจนเข้าใจว่าดีไซเนอร์แต่ละคนมีวิธีการออกแบบสไตล์ที่ถนัดส่วนตัวต่างกัน ตรงนี้ก็ยอมให้เขาเข้ามาปรับในส่วนหนึ่งเช่นกัน

กระบวนการทำงานที่ตอบสนองกับความต้องการของคนผู้พักอาศัย ซึ่งมีความต้องการเฉพาะต่างกันไป เริ่มแรกเลยตอนคุยกับลูกค้าจะไม่ใช่แค่รับบริฟว่าลูกค้ามีความต้องการในบ้านอย่างไรเท่านั้น แต่เราจะถามคำถามลึกลงไปอีก เช่น ชอบไปเที่ยวที่ไหน แบรนด์ในดวงใจ ชอบทานข้าวที่ไหน ของสะสม งานอดิเรกของเขาคืออะไร เราพยายามทำความรู้จักกับลูกค้าให้รู้จักไลฟ์สไตล์ของเขาให้มากที่สุด เวลาเราออกแบบบ้านใคร เราก็พยายามจะสวมจิตวิญญาณเป็นคนคนนั้น ลองนึกภาพว่าถ้าเดินเข้าไปในบ้านที่เราออกแบบแล้วมันใช่ตัวเขาหรือยัง เมื่อเราเข้าใจตัวลูกค้าจริงๆ แล้ว เราถึงจะออกแบบสิ่งที่ถูกใจเขาได้ค่ะ

ความท้าทายในงานออกแบบบ้าน เมื่อดีไซเนอร์ทำงานออกแบบบ้านไปเรื่อยๆ 5 ปี 10 ปี ก็จะรู้สึกว่าทำซ้ำอยู่อย่างนั้น เพราะจริงๆ แล้วบ้านก็มีความต้องการพื้นฐานคล้ายๆ กัน อย่างต้องมีห้องน้ำ ห้องนอน ความท้าทายคือ เราต้องหาแรงกระตุ้นให้ได้ว่า เราต้องทำให้แตกต่างจากสิ่งที่เคยทำ แล้วต้องดีขึ้นเรื่อยๆ เราไม่สามารถทำให้คุณภาพน้อยลงหรือทำให้ลูกค้าไม่ประทับใจได้ นี่ก็ยากมาก เพราะลูกค้าก็คาดหวังเราสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน ทุกปี แต่การคิดเรื่องแคแรคเตอร์ของลูกค้าและการคิดให้เกินความคาดหวังของลูกค้าไปอีก ก็ช่วยให้แต่ละงานมีความท้าทายแตกต่างกัน

สิ่งพิเศษหรือของขวัญสำหรับชีวิตของคุณคือ น่าจะเป็นครอบครัวนะคะ แจนมีลูกเล็กๆ 3 คน ตอนแรกก็เหนื่อยที่มีลูกและต้องทำงานด้วย แต่เราก็ผ่านมาได้ และมีความสุขที่สามารถสร้างสมดุลชีวิตตรงนี้ได้ แต่ก่อนทำงานอย่างเดียวก็สนุกและสบายไปแบบหนึ่ง ตอนนี้ทำงานแล้วมีลูกอยู่ด้วยก็สุข ชื่นใจไปอีกแบบหนึ่ง และลูกก็เข้ามาเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานของแจนด้วยค่ะ

การออกแบบด้วยการสื่อความหมาย อย่างสร้างสรรค์

บริษัท จาร์เค็น จำกัด บริษัทออกแบบตกแต่งภายในและสถาปัตยกรรมซึ่งรองรับกลุ่มลูกค้า ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตั้งแต่งานโรงแรม, ร้านอาหาร, สำนักงาน, ร้านค้า และโครงการที่อยู่อาศัยระดับบน ซึ่งมีผลงานคุณภาพที่ได้การยอมรับในระดับนานาชาติเรื่อยมา และวันนี้ TALK TO TALK ได้มีโอกาสร่วมแบ่งปันกับคุณชลธิษฐ์ ถนัดศิลปกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสถาปัตยกรรม ของ จาร์เค็น ถึงแนวคิดการทำงานและเรื่องราวของจาร์เค็นในมุมที่แตกต่างออกไป

หลายคนย่อมมีความฝันในวัยเด็กที่โตขึ้นมาอยากจะเป็นอะไร จุดเริ่มต้นของนักออกแบบแต่ละคนแตกต่างกัน คุณชลธิษฐ์ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีความฝันและได้เริ่มต้นเดินทางในสายวิชาชีพสถาปนิกอย่างที่ตนเองต้องการจริงๆ ด้วยความฝันในวัยเด็กที่เคยฝันอยากเป็นคุณหมอตั้งแต่เล็ก จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อเข้าสู่มัธยมปลายจึงได้เริ่มถามตัวเองอย่างจริงจังเมื่อต้องเลือกคณะเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ว่าตัวเองมีความสนใจหรือชอบทางด้านไหนกันแน่ และเมื่อได้พบคำตอบจึงได้ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแนวจากการสอบเข้าคณะแพทย์ศาสตร์มาสอบเข้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แทน โดยได้เข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้เริ่มต้นทำงานในสายวิชาชีพสถาปัตยกรรมตั้งแต่เรียนจบมาโดยตลอด การทำงานของ คุณชลธิษฐ์เริ่มต้นเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการทำงานหลากหลายด้าน ทั้งการออกแบบอาคาร ตึก คอนโดมิเนียม บ้านพักอาศัย รวมไปถึงงานด้าน Developer ปัจจุบันคุณชลธิษฐ์เป็นผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบสถาปัตยกรรม บริษัท จาร์เค็น จำกัด โดยแนวการทำงานของคุณชลธิษฐ์ คือการสร้างผลงานที่ดีจะต้องตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยให้มากที่สุด ถ้าสถาปนิกเข้าใจลูกค้าได้อย่างถ่องแท้ก็จะสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ตรงตามที่ลูกค้าต้องการ เพราะบ้านหรืออาคารจะอยู่กับเราไปอีกนาน

มุมมอง แนวทางและวิสัยทัศน์ในการทำงาน คุณชลธิษฐ์ได้นำแนวคิด และมุมมองต่างๆที่ผ่านมาปรับใช้กับการทำงานเป็นการเปิดมุมมองที่กว้างขึ้น ให้กับงานออกแบบในหลายด้านอีกด้วย “จากการทำงาน ที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่ผมนำมาประยุกต์ใช้คือ เรื่องของการบริหารจัดการ ทั้งงานบริหารโครงการและบริหารบุคลากร ซึ่งผมได้มีโอกาสนำมาปรับใช้ในการร่วมสร้างทีมออกแบบของบริษัทจาร์เค็นด้วย โดยแนวคิดในการทำงานที่ผมได้บอกน้องๆ ในทีมเสมอว่าทุกคนย่อมมีความเชื่อมั่น ในความคิดของตัวเอง มีแนวคิดที่เป็นของตัวเองค่อนข้างสูงกันเป็นส่วนใหญ่ แต่เวลาที่ต้องทำงานร่วมกันเป็นทีม เราต้องรู้จักปรับทัศนคติเข้าหากัน เพราะเราต้องสร้างผลงานที่ดีให้แก่ลูกค้า ดังนั้นเราต้องมองไปที่ผลลัพธ์สุดท้ายของงาน คือ ต้องเน้นให้ผลงานนั้นออกมาดีที่สุด อีกทั้งผมมีทัศนคติส่วนตัวที่ไม่ชอบการทำงานในแบบตัวใครตัวมัน แต่ควรทำงานเป็นทีมเวิร์ก ถึงแม้ไม่ใช่หน้าที่แต่หากมีส่วนเกี่ยวข้องที่จะทำให้ผลลัพธ์นั้นออกมาดี เราแค่สละเวลาเพียงเล็กน้อยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากจะทำให้ผลงานนั้นออกมาดีก็คุ้มค่า ซึ่งผมพยายามปลูกฝังแนวคิดเชิงบวกและทัศนคติที่ดีเข้าไปในทีมด้วย

ทุกคนย่อมมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง มีแนวคิดที่เป็นของตัวเองค่อนข้างสูงกันทั้งนั้น แต่เวลาที่ต้องทำงานร่วมกันเป็นทีม เราต้องรู้จักปรับทัศนคติเข้าหากันเพราะเราต้องสร้างผลงานที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ดังนั้นเราต้องมองไปที่ผลลัพธ์สุดท้ายของงาน

ส่วนแนวคิดเรื่องการออกแบบผมไม่ได้เน้นไปที่แนวคิดของตัวเองเท่านั้น แต่สิ่งแรกที่ต้องทำคือ... ฟัง… ในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ การมองสิ่งรอบตัว โดยไม่ยึดติดเอาความคิดตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล จะทำให้เรารู้จักฟังคนอื่นและนำความคิดนั้นมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ ซึ่งถือเป็นโจทย์อันดับแรก เพราะหน้าที่เราคือนำความต้องการนั้นมาผสมผสานในการออกแบบให้ถูกที่ถูกทาง ใส่ลูกเล่นของการออกแบบเข้าไป ให้คำแนะนำในส่วนที่ควรจะเป็นกับลูกค้า ส่วนสไตล์การออกแบบของจาร์เค็นนั้นไม่ได้มีการบ่งชี้ที่ชัดเจนด้านใดด้านหนึ่ง เราจะผสมผสานในแต่ละแนวเข้าด้วยกัน โดยมีแนวทางของสไตล์ เช่น โมเดิร์น หรือ ทรอปิคอล เป็นแกนหลัก แล้วจึงนำเอาองค์ประกอบอื่นไม่ว่าจะเป็น กระแสแฟชั่น หรือจับความนิยมของสังคมในช่วงเวลานั้นๆ มารวมกับสไตล์หลักในการออกแบบให้มีกลิ่นอาย มีจุดเด่นลูกเล่นที่เป็นเอกลักษณ์มากกว่า หากเปรียบให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นก็คงเหมือนกับอาหารฟิวชั่น ที่มีการผสมผสานวัฒนธรรมการปรุงอาหารและการจัดวางตกแต่งที่สวยงาม แต่ยังคงรสชาติและเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมที่ต้องการสื่อถึง ”

ความประทับใจในผลงานการออกแบบ คุณชลธิษฐ์ได้กล่าวถึงความประทับใจของผมส่วนใหญ่มาจากผลงาน เป็นความภาคภูมิใจที่ได้นำเสนองานที่ดีให้กับลูกค้าแต่ละคน เพราะงานแต่ละงานจะมีการสอดแทรกความหมายอยู่ภายในทั้งสิ้น เพื่อตอบสนองความต้องการให้กับผู้อยู่อาศัย ซึ่งการสื่อความหมาย บางครั้งก็ไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยตาเปล่า บางครั้งก็ต้องอธิบายถึงจะเข้าใจ ในทุกโครงการผมจะพยายาม ตีโจทย์ของงาน และสื่อความหมายซ่อนลงไปในผลงานการออกแบบเสมอ

ผลงานของจาร์เค็นส่วนใหญ่จะเป็นงานบ้านพักอาศัยขนาดใหญ่ กลุ่มลูกค้าอยู่ในระดับบน เจ้าของบ้านจะรู้สึกภูมิใจที่จะใส่ความเป็นตัวตนของเขาไว้ในบ้าน ยกตัวอย่างเจ้าของบ้านท่านหนึ่ง ลูกค้าได้ให้ฟังเล่าถึงความชอบในนาฬิกาและได้สะสมเก็บเอาไว้หลายเรือน ในระหว่างที่เล่าท่านดูมีความสุขมาก ผมเลยนำความชอบตรงนี้มาใส่ในการออกแบบ โดยการนำตำแหน่งเข็มสั้น-เข็มยาวมาใช้ในการวางผัง รวมถึงการนำรูปทรงของนาฬิกามาใช้ในการออกแบบเป็นองค์ประกอบของช่องเปิด เพื่อเล่นกับแสงและเงาให้ทาบไปบนผนังของบ้านเพื่อบ่งบอกเวลาคล้ายกับนาฬิกาแดด ซึ่งเจ้าของบ้านที่เป็นผู้ใช้สอยในแต่ละวันจะรับรู้และสื่อถึงความหมายนั้นได้ด้วยตัวเอง หรือในบ้านอีกหลังหนึ่งที่เจ้าของบ้านเป็นนักธุรกิจทำจิวเวลลี่ และได้ให้เราออกแบบบ้านพักสำหรับรับรองแขกพิเศษที่จะมาติดต่อธุรกิจร่วมกัน โดยในช่วงเวลาเย็นย่ำค่ำบ้านหลังนี้ต้องต้อนรับแขกจำนวนหนึ่งอยู่เสมอ ในการออกแบบผมจึงทำทางเดินแยกต่างหากจากประตูหน้าไปยังห้องรับรองแขก โดยให้เดินผ่านน้ำและเล่น Lighting ให้ส่องกระทบกับน้ำ ทำให้เกิดเป็นแสงระยิบระยับตกกระทบไปยังผนังคล้ายกับแสงระยิบระยับของกะรัตเพชร ซึ่งผลลัพธ์นี้เป็นที่ถูกใจและมีความหมายกับเจ้าของบ้านมาก และมักจะเล่าให้แขกผู้มาเยือนฟังอย่างภูมิใจเสมอ”

การสื่อความหมาย บางครั้งก็ไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยตาเปล่า บางครั้งก็ต้องอธิบายถึงจะเข้าใจ....ในทุกโครงการผมจะพยายาม ตีโจทย์ของงาน และสื่อความหมายซ่อนลงไปในผลงานการออกแบบเสมอ

อุปสรรคของการประกอบวิชาชีพสถาปนิก อย่างที่ทราบกันดีว่าโครงการออกแบบบ้านพักอาศัยเป็นงานที่มีความละเอียดอ่อนมาก จะเรียกว่างานปราบเซียนก็ว่าได้ ซึ่งคุณชลธิษฐ์เองได้มีประสบการณ์ในการออกแบบบ้านมาแล้วมากมายหลายหลัง ก็ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า “บ้านบางหลังของจาร์เค็นเมื่อเทียบกับอาคารขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตรแล้ว กลับใช้เวลาในการก่อสร้างพอๆ กัน นั่นเพราะบ้านมีการให้รายละเอียดที่มากกว่า มีการปรับเปลี่ยนระหว่างการทำงานก่อสร้างมากกว่าด้วย ดังนั้นในการทำงานผมจะบอกน้องๆ ทีมงานอยู่เสมอว่า เราต้องคิดถึงใจเขาใจเราให้มาก ถึงแม้การปรับแบบครั้งหนึ่งต้องกระทบกับหลายฝ่าย แต่บ้านก็เป็นที่อยู่อาศัยที่ลูกค้าต้องอาศัยอยู่ไปเป็นเวลานาน ต้องให้ถูกใจคนที่อยู่ให้มากที่สุด ซึ่งในการทำงานออกแบบบ้านอาจมีการเปลี่ยนแปลงกันจนวินาทีสุดท้ายเกิดขึ้น เพียงแต่สิ่งเหล่านี้ผมไม่ได้มองว่ามันเป็นอุปสรรค แต่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องปกติของการทำงานมากกว่า ในการทำงานออกแบบโครงการหนึ่งผมขอให้คนสองคนพอใจก็พอ คือ เจ้าของบ้านและผู้ออกแบบ ดังนั้นสิ่งที่พบนี้ผมมองว่าไม่ใช่อุปสรรค แต่สิ่งที่เราต้องรับมือกลับคือความคาดหวังของลูกค้าต่างหาก ลูกค้าจะมีความคาดหวังต่อผลงานที่ดี ตามความต้องการและตามราคาที่เขาได้จ่ายออกไปอย่างสูง ดังนั้นผลงานการออกแบบที่ออกมาจึงต้องเป็นผลงานที่ดีและตอบโจทย์ตามความต้องการ ทั้งในแง่ของการออกแบบและคุณภาพของงานก่อสร้างด้วย”

การสร้างแรงบันดาลใจ ในการทำงานที่ต้องสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ๆ แรงบันดาลใจเป็นสิ่งจำเป็นที่นักออกแบบต้องค้นหาอยู่เสมอ ซึ่งคุณชลธิษฐ์เองก็มีแนวทางในการสร้างแรงบันดาลใจของตัวเอง “แรงบันดาลใจสำหรับผมนั้นเกิดขึ้นได้รอบตัว เราสามารถนำสิ่งต่างๆ ที่ได้พบเห็น ได้สัมผัส มาเป็นแนวคิดในการออกแบบได้ โดยส่วนใหญ่นักออกแบบมักจะมีแนวความคิดในหัวอยู่เสมอ ช่างคิดช่างสังเกต เราสามารถสร้างแนวคิดในการออกแบบได้ตลอดเวลาเพราะกระบวนการคิดมักเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในทุกที่ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็ตาม แต่การลงมือปฏิบัติที่ต้องใช้สมาธิและต้องการเวลาในการผลิตผลงานนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง นอกจากการสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานแล้ว การสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงานก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผมต้องดูแล ในการแบ่งงานกันในทีม ผมจะแบ่งงานให้เหมาะสมกับแต่ละคน เพื่อที่แต่ละคนในทีมจะรับผิดชอบและบริหารเวลาของตนเองได้ และสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในระหว่างการทำงานออกแบบ ภายในทีมก็จะมีการรีวิวงานกันอยู่ตลอด เพราะการพูดคุยและวางแนวทางในการออกแบบร่วมกัน ปรับปรุงแก้ไขแบบโดยการนำประสบการณ์มาแชร์ร่วมกัน นอกจากจะเป็นการทำงานที่เป็นทีมเวิร์คและยังเป็นกำลังใจในการทำงานร่วมกันในทีมอีกด้วย”

แนวโน้มสถาปนิกไทยกับโอกาสในการยอมรับระดับนานาชาติ จาร์เค็นเป็นบริษัทออกแบบอีกแห่งหนึ่งที่มีความพร้อมและฝากผลงานจนเป็นที่ยอมรับในวงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งคุณชลธิษฐ์ได้แสดงมุมมองถึงแนวโน้มของสถาปนิกไทยไว้ว่า “ปัจจุบันวิชาชีพสถาปนิกในไทยได้มีการยกระดับดีขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา เจ้าของโครงการส่วนใหญ่มีความเข้าใจในวิชาชีพและการให้บริการ มองเห็นคุณค่าในวิชาชีพนี้ขึ้นมาก แต่หากเปรียบเทียบกับต่างประเทศก็อาจเทียบกันไม่ได้ คนที่จะอยู่ในแวดวงสถาปนิกนั้นส่วนใหญ่ต้องมีใจรักในงานจริง สถาปนิกรุ่นใหม่ที่จะก้าวเข้ามาในวงการวิชาชีพนี้ควรมีความรักในวิชาชีพและมีความอดทนด้วย อีกทั้งควรมีความตั้งใจมุ่งมั่นในงานที่ทำ ผมเชื่อว่าหากเรามุ่งมั่นที่จะผลิตผลงานที่ดีก็จะทำให้เรามีโอกาสเติบโตในวิชาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากความชอบและความรักในวิชาชีพแล้ว ผมว่าเราควรเข้าใจในวิถีของวิชาชีพที่เราทำอยู่ เพราะถ้าเราเข้าใจในสิ่งรอบตัวและรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ มีความมุ่งหมายเพื่ออะไร ก็จะส่งผลให้ตั้งใจทุ่มเทสร้างผลงานนั้นให้ออกมาดีที่สุด

ส่วนในเรื่องของการเปิดโอกาสเพื่อการยอมรับในวงกว้างนั้น ทางจาร์เค็นเองก็มีการวัดความสามารถของตัวเองอยู่เสมอ ด้วยการส่งผลงานการออกแบบเข้าประกวดในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาแนวทางการออกแบบให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ โดยล่าสุดได้รับรางวัล Best Property Single Unit จากงาน The Asia Pacific Property Awards 2014-2015 กับโครงการ เขาใหญ่ เรสซิเดนท์ (KhaoYai Residence) ซึ่งเป็นโครงการบ้านพักตากอากาศภายใต้คอนเซ็ปต์ของเมืองลับแล ผสมผสานกับความเชื่อทางศาสตร์ฮวงจุ้ย ที่มีพื้นที่สีเขียวอันร่มรื่นและวิวแบบ Panorama ของภูเขาโอบล้อม โดยมีความพิเศษของการเลือกใช้วัสดุที่มีผิวสัมผัสใกล้เคียงกับธรรมชาติ ตลอดจนการคำนึงถึงเรื่องระบบเทคโนโลยีที่นำมาปรับใช้อย่างเหมาะสม ซึ่งรางวัลนี้ถือได้ว่าเป็นเวทีระดับนานาชาติด้านการออกแบบอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จึงถือเป็นความภูมิใจของทางผู้ออกแบบอย่างมากเช่นกัน

และหากถามถึงมุมมองของผมแล้ว ผมคิดว่าในส่วนของการแสดงแนวคิดในการออกแบบของสถาปนิกไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก แต่การที่คิดออกแบบมาแล้วจะมีโอกาสที่ได้สร้างจริงนั้นมีมากน้อยแค่ไหน บางโครงการชนะประกวดมีแนวคิดในการออกแบบที่ดีมาก แต่พอเข้าสู่กระบวนการก่อสร้างที่จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีขั้นสูงหรือข้อจำกัดทางบริบท จึงทำให้ราคาค่าก่อสร้างโครงการนั้นสูงเกินไป แบบที่ชนะประกวดนั้นก็จะอยู่แค่บนกระดาษเท่านั้น ไม่ได้ถูกนำมาก่อสร้างจริง แต่อย่างน้อยในอนาคตหากมีการพัฒนาเรื่องของเทคโนโลยีการก่อสร้างให้สูงขึ้น คุณภาพการก่อสร้างได้มาตรฐานที่ดี วงการนี้ก็อาจก้าวไปสู่ระดับนานาชาติได้ไกลมากกว่านี้”

Spacesavers







เรียบหรูดูนิ่ง






JARKEN ขึ้นแท่นองค์กรชั้นนำรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมคว้ารางวัล CSR ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย

นางสาวสิริทร สิทธิวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด (JARKEN group of companies) ร่วมกับนายแพทย์ ธีระ วรธนารัตน์จากสำนักงานวิจัยและพัฒนาการแปรงานวิจัยสุขภาพสู่การปฏิบัติ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เข้ารับรางวัล Asia Responsible Entrepreneurship - Southeast Asia 2014 สาขา Health Promotion กับโครงการ 'สถาปัตย์บำบัด' ณ ประเทศสิงคโปร์เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นโดย Enterprise Asia (NGO) องค์กรที่ส่งเสริมการทำประโยชน์แก่สังคม โดยไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งในปีนี้มีเพียง 6 องค์กรจากไทยที่ได้รับรางวัล อาธิ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จํากัด จากการคัดเลือกจากกว่า 200 บริษัท ใน 11 ประเทศที่มีแนวคิดและมีความรับผิดชอบต่อการดำเนินธุรกิจโดดเด่นด้าน CSR ในการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

'สถาปัตย์บำบัด (Architectural Therapy) คือการประยุกต์และพัฒนาความรู้ทางสถาปัตยกรรม ควบคู่กับการบำบัดรักษาทางการแพทย์ เพื่อรักษาและฟื้นฟูสภาพให้ผู้ป่วยและผู้สูงอายุ สามารถดำรงชีวิตอยู่ในอาคารที่พักอาศัยควบคู่กับการใช้สอยทางสถาปัตยกรรมได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น และบรรเทาอาการของผู้ป่วยทุกรายให้หายจากโรคเจ็บป่วยทั้งทางกายและใจ ตลอดจนช่วยแบ่งเบาภาระสำหรับญาติผู้ป่วยด้วยเช่นกัน' นางสาวสิริทร กล่าว

'แนวคิดการออกแบบบ้านแบบองค์รวมแนวใหม่นี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน ซึ่งเราเห็นว่ากลุ่มผู้ป่วย และสังคมผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้นทุกๆวัน เมื่อเกิดการเจ็บป่วยที่ต้องได้รับการรักษา ไม่ว่าจะเป็นโรคเรื้อรังและโรคแทรกซ้อนต่างๆ อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือประสบอุบัติเหตุที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูร่างกาย อาจไม่สามารถบำบัดโดยใช้ยารักษาโรคได้อย่างเดียว แต่ต้องบำบัดรักษาโดยใช้สถานที่พักอาศัย ซึ่งเป็นอีก 1 ในปัจจัย 4 เป็นตัวช่วย' นางสาวสิริทร เสริมว่า 'ระดับความสูงของขั้นบันได หรือ การวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆที่ไม่เหมาะสม สามารถส่งผลให้ผู้ป่วยที่ผ่าตัดสะโพก หรืออาการป่วยบางประเภทมีอาการหายช้า หรือกระตุ้นให้เกิดอาการกำเริบได้ ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับแพทย์หรือพยาบาล ไม่ว่าจากโรงพยาบาลเอกชน หรือโรงพยาบาลรัฐที่จะดูแลรักษาไปถึงสิ่งแวดล้อมในสถานที่พักอาศัยของผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญอย่างสถาปนิก อินทีเรียร์ ดีไซเนอร์ หรือวิศวกรเป็นผู้ให้คำปรึกษาและแนะนำ ซึ่งในขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องยากสำหรับสถาปนิกหรืออินทีเรียร์ ดีไซเนอร์ที่จะออกแบบหรือให้คำแนะนำผู้ป่วยที่เป็นโรคต่างๆได้โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขา เราเชื่อว่าการทำโครงการนี้จะเป็นองค์ความรู้ใหม่เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับวงการวิชาชีพทั้ง 2 ได้อย่างดี และกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงคุณภาพชีวิตผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุได้ดียิ่งขึ้น'

จาร์เค็น หนึ่งในอาเซียนงานออกแบบเพื่อผู้ป่วย




‘จาร์เค็น’ สถาปนิกยุคใหม่ ขี่โซเซียลมีเดีย สร้างแบรนด์




JARKEN Honored as Leading Social Responsibility Enterprise, Winning Award for CSR Excellence in ASEAN

Ms. Siritorn Sitthiwattanawong, Director of Marketing, JARKEN Group of Companies, and Thira Woratanarat, MD, Research and Development Office for Health Research Translation of the Faculty of Medicine, Chulalongkorn University, and the Orthopedic Unit of the Faculty of Medicine of Ramathibodi Hospital, Mahidol University, received the Asia Responsible Entrepreneurship - Southeast Asia 2014 award in Health Promotion for their ‘Architectural Therapy’ program on 21 June in Singapore. The ceremony, hosted by Enterprise Asia, a non-profit organization that focuses on fostering social benefits, honored only six Thai organizations this year. Other awardees included PTT Global Chemical Co., Ltd.; Central Pattana Co., Ltd.; and Tri Petch Isuzu Co., Ltd. These distinguished firms were chosen from over 200 companies in 11 countries for their conscious efforts and responsibility towards outstanding CSR practices related to social and environmental causes.

“Architectural Therapy is the practical development and application of architectural knowledge in conjunction with medical care for the treatment and rehabilitation of patients and the elderly. It allows such patients to live in a residential complex with architecture that makes everyday living easier, more convenient and safer. Also, it helps relieve the symptoms of patients who are recovering from illnesses, both physically and mentally, as well as lighten the burden of care for their relatives,” explained Ms. Siritorn.

“This new holistic design concept has never occurred in Thailand before. We are witnessing the continuous growth in the number of patients and the elderly each day. When there is an illness that must be treated, whether it is a chronic disease with complications, such as diabetes, hypertension and heart disease; or an accident requiring time to recover, the use of medicine alone may not be enough. A residential treatment facility may be required, which is one of four factors that can foster recovery,” said Ms. Siritorn. “The height of the stairs or the inappropriate placement of furniture can slow the recovery for patients, such as those who had hip surgery or those with pain in various areas. They may even aggravate patients’ conditions, which is a difficult situation for doctors or nurses. Regardless of whether the care is provided by a private or state hospital, the development of an optimal residential environment for each patient requires the specialization of an architect, interior designer or engineer for project consultation and guidance. At the same time, it would be difficult for an architect or interior designer to undertake the design of the facility without the advice of medical professionals in each relevant field. We thus believe that this project will create a strong new knowledge base among both of our professions, as well as raise social awareness about and improve the quality of life of the infirm and elderly.”

แนะธุรกิจแตกไลน์ลดเสี่ยง จาร์เค็นสบช่องดัน4บริษัทลูก


‘จาร์เค็น’ แตกไลน์ 2 ธุรกิจใหม่


Jarken eyes strong market

Jarken, a Thai provider of architectural, design and construction services, is upbeat about the sector, believing the Thai economy will recover in the third quarter. "In line with the anticipated economic...

"In line with the anticipated economic recovery, the real estate business, particularly housing projects, condos and office buildings, is expected to improve," said Siritorn Sitthiwattanawong, manager...

"This will benefit related businesses and services such as construction raw materials, furniture, electrical appliances and interior architectural design and architectural services." Samma Kitsin, director-general...

Samma Kitsin, director-general for the Real Estate Information Center (REIC), last month told a seminar that Greater Bangkok’s housing situation would return to normal in the second half after a sluggish...

Consumers and investors are more confident as political tensions ease, he said.

Government investment in infrastructure has been brushed up since the coup, boosting employment and consumers' purchasing power.

The REIC estimates the total number of condo units launched this year will fall by 23.5% to 65,000 units from 85,000 last year after the number in the first four months dropped by 40% year-on-year.

Last year was the first year that condominiums launched in Greater Bangkok outnumbered low-rise housing.

However, the absorption rate of condos was higher than that of low-rise housing due to a change in lifestyles since the advent of the skytrain and an upward trend in the prices of low-rise units in the...

Ms Siritorn said in a move to cope with growing business ignited by imminent regional economic integration, the group had four main business units in place.

Those are Jarken, which specialises in interior and architectural design; JK Builders, which provides quality construction service; Pye, designated as an interior and architectural design service provider with an emphasis on quick turnaround times, ease of usage and efficiency; and TigerLily, a boutique branding and styling firm.

‘จาร์เค็น’รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้นอสังหาฯกระเตื้อง

จาร์เค็น เชื่อเศรษฐกิจไตรมาส 3 ฟื้นตัวส่งผลภาคธุรกิจอสังหาฯบ้านที่อยู่อาศัย คอนโด ออฟฟิต สำนักงาน กลับมาขยายตัวอีกครั้ง ผลักดันงานดีไซน์และออกแบบ เติบโตเพิ่มขึ้น ส่งผลให้งานของบริษัท จาร์เค็น ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นแน่นอนพร้อมดัน 4 กลุ่มธุรกิจรองรับ

นางสาวสิริทร สิทธิวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด (JARKEN group of companies) บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบ ตกแต่งภายใน สถาปัตยกรรมภายใน สถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง และการสร้างแบรนด์สินค้า เปิดเผยจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ได้ประกาศ ว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในไตรมาส3 ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้ภาคเศรษฐกิจต่างๆเริ่มกลับมาฟื้นตัวด้วยเช่นกัน โดยเชื่อว่าภาคธุรกิจอสังหาฯ น่าจะกลับมาขยายตัวได้ดีอีก โดยเฉพาะในส่วนของ บ้านที่อยู่อาศัย คอนโด ออฟฟิตสำนักงาน เป็นต้น

“จากที่ภาครัฐประกาศถึงภาวะเศรษฐกิจที่จะกลับมาฟื้นตัวขึ้น ผมเชื่อว่าธุรกิจอสังหาฯน่าจะ ปรับตัวดีขึ้น และมีผลทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาฯ ขยายตัวเช่นเดียวกัน เช่น ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ เครื่องไฟฟ้าและรวมไปถึงออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน และงานสถาปัตยกรรม ซึ่งในส่วนของงานบริการของกลุ่มบริษัท จาร์เค็น เองก็คงจะได้รับอานิสงฆ์ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน” นางสาวสิริทร กล่าว

นางสาวสิริทร กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในขณะนี้มีการวางแผนธุรกิจเพื่อรองรับกับทิศทางธุรกิจที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นรวมถึงการเตรียมพร้อมการเข้าสู่ประขาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยกลุ่มบริษัทจาร์เค็น มีหน่วยธุรกิจ 4 หน่วยประกอบไปด้วย หน่วยแรก บริษัท จาร์เค็น จำกัด ที่เชี่ยวชาญในการออกแบบตกแต่งภายใน และสถาปัตยกรรมซึ่งรองรับกลุ่มลูกค้าระกับบนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตั้งแต่งานโรงแรม,ร้านอาหาร,สำนักงาน,ร้านค้า และโครงการที่อยู่อาศัยระดับบนซึ่งคุณภาพผลงานได้การยอมรับจากรางวัลระดับนานาชาติเรื่อยมา

ส่วนหน่วยธุรกิจที่ 2 บริษัท เจ.เค. บิวเดอร์ส จำกัด ที่เชี่ยวชาญในเรื่องงานก่อสร้างงานวิศวกรรม สถาปัตยกรรมและรับเหมาตกแต่งภายใน และผลิตเฟอร์นิเจอร์สำหรับงานก่อสร้างโครงการต่างๆระดับบน โดยทีมงานที่มีประสิทธิภาพและชำนาญงาน พร้อมโรงงานผลิตที่มีเครื่องจักร และเครื่องมืออันทันสมัยมีประสิทธิภาพ

และหน่วยธุรกิจที่ 3 บริษัท ออกแบบ พาย จำกัด ให้บริการการออกแบบภายในและออกแบบสถาปัตยกรรม โดยเน้นงานบริการที่รวดเร็ว ง่าย มีประสิทธิภาพ ภายใต้งบประมาณที่กำหนดเองได้ โดยเจาะถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทั้งฟังก์ชั่น และความสวยงาม ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

สำหรับหน่วยธุรกิจสุดท้ายบริษัท ไทเกอร์ลิลลี่ คอมมิวนิเคชั่นจำกัด ให้บริการด้านการรับสร้างแบรนด์และสินค้าให้กับองค์กรที่ต้องการมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อตอบสนองจุดมุ่งหมายของเจ้าของบริษัท และทำให้ผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่รู้จัก ตลอดจนช่วยส่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผลิตภัณฑ์และผู้บริโภคให้เกิดขึ้น

ความท้าทายคือความสนุก

ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท JARKEN ที่มีทั้งธุรกิจสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมภายใน การก่อสร้าง งานออกแบบกราฟฟิก รวมถึง ธุรกิจการสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าและตัวบุคคล ตัวเขาเองเป็นทั้งนักบริหาร นักการตลาด และนักเขียนบทความด้านงานดีไซน์ การตลาด สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ และการก่อสร้าง

เขาประสบความสำเร็จในสายงานนี้ทั้งที่ไม่ใช่ความใฝ่ฝันในวัยเยาว์ เพราะหลังจากเรียนจบมัธยมที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียลชีวิตไร้ทิศทาง โชคดีเหมือนจะเรียนเก่งเพราะได้เกรดสูง ฝ่ายแนะแนวก็แนะให้เรียนหมอหรือวิศวะ เขาสอบติดคณะวิศวกรรมศาตร์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ตอนที่เลือกเรียนสาขาวิศวกรรมโยธานั้นเขารู้เพียงแค่เรื่องเกี่ยวกับอิฐ หิน ปูน ทราย และการก่อสร้าง แม้ไม่ชอบสักเท่าไร แต่กลับได้วิธีคิดแบบวิศวกร คือคิดทื่อๆอย่างเป็นระบบ เมื่อเรียนจบก็เริ่มทำงานที่บริษัทก่อสร้างในเครือเจริญโภคภัณฑ์ซึ่งสนับสนุนการก่อสร้างของบริษัทอื่นๆ ในเครือ

ชีวิตการทำงานของผู้ชายคนนี้มักถูกท้าทายมาโดยตลอด และเขาก็บอกว่า ‘ผมชอบการเอาชนะ ชอบความท้าทาย’

GM BiZ :เพราะอะไรถึงโดนท้าทายอยู่บ่อยๆ ครับ ดร.กุลเดช : คงเป็นเพราะตั้งแต่สมัยเริ่มทำงานใหม่ๆเวลาผมเข้าไปไซต์งาน รุ่นพี่ผู้จัดการโครงการที่เป็นวิศวกรไฟฟ้าพูดขึ้นมาว่า “วิศวกรโยธาแบบพวกคุณ แค่เปิดตำราก็ดีไซน์ได้ผมเอาตำราคุณมากางดูผมก็ดีไซน์ได้เหมือนกัน” ผมมาทบทวนคำพูดนี้อีกครั้งก็พบว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆคือเราถูกสอนให้คิดอยู่ในกรอบ และทำงานแบบเดินตามตำราหมด

จุดนั้นทำให้ผมคิดว่าวงการก่อสร้างไทยไม่ได้ก้าวไปข้างหน้าเร็วทางความคิดสักเท่าไหร่ ดังนั้นเมื่อผมทำงานได้หนึ่งปี ผมก็ไปเรียนต่อในสาขาที่เหินห่างจากการก่อสร้างไปเรื่อยๆ แต่ยังอยู่ในปริมณฑลของอสังหาริมทรัพย์ ผมเรียนด้านบริหารงานการออกแบบและก่อสร้าง (Design and Construction Management)

การที่ผมไม่เรียนเอ็มบีเอทั้งๆที่กำลังฮ็อทมากในช่วงนั้น เพราะว่าผมไม่ใช่นักธุรกิจ ผมคิดว่าผมอยากจะเป็นมากกว่านักธุรกิจ ก็เลยเรียนอะไรที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์

จุดนั้นทำให้ผมคิดว่าวงการก่อสร้างไทยไม่ได้ก้าวไปข้างหน้าเร็วทางความคิดสักเท่าไหร่ ดังนั้นเมื่อผมทำงานได้หนึ่งปี ผมก็ไปเรียนต่อในสาขาที่เหินห่างจากการก่อสร้างไปเรื่อยๆ แต่ยังอยู่ในปริมณฑลของอสังหาริมทรัพย์ ผมเรียนด้านบริหารงานการออกแบบและก่อสร้าง (Design and Construction Management)

GM BiZ :ทำไมถึงเลือกเรียนมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ดร.กุลเดช : ผมเลือกที่นี่เพราะเป็นระดับท็อปไฟว์ในสาขาที่ผมเรียน หลังจากที่ผมเรียนจบแล้วก็จะบินกลับมาเมืองไทยทางบ้านบอกว่าจะกลับมาทำไมเพราะเศรษฐกิจไทยพัง ปีนั้นคือปี 2539 เพราะผมจบที่สองของรุ่นผมเลยได้ทุนเรียนปริญญาเอกต่อในสาขา Economic Analysis in Real Estate ผมทำงานไปเรียนไปด้วยประมาณสามปีครึ่งแล้วกลับประเทศไทย

GM BiZ :ได้อะไรจากอังกฤษบ้างครับ ดร.กุลเดช : ได้การมองโลกกว้างขึ้นในมุมที่ตัวเองอยากมอง แคบลงในมุมที่คนอื่นหรือตัวเองไม่เคยมองเห็นผมมีโอกาสอ่านหนังสือหลากหลายสาขา เปิดตำราและงานวิจัยเป็นร้อยๆชิ้น เหมือนกับเปิดตาตัวเองก็ได้รู้จักสังคมวัฒนธรรม วิธีคิดในมุมของคนอังกฤษและคนยุโรป

GM BiZ :กลับเมืองไทยมาทำอะไรครับ ดร.กุลเดช : ผมกลับมาในปี 2542 เนื่องจากผู้จบปริญญาเอกในสาขานี้มีค่อนข้างน้อยในช่วงแรกผมทำงานให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม (สนข.) คือเป็นที่ปรึกษาอิสระ นอกนั้นก็สอนระดับปริญญาโท เป็นอาจารย์ประจำวิชาและอาจารย์พิเศษอยู่ในหลายมหาวิทยาลัย และผมได้ทำ Post Doctorate โดยทำวิจัยกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ผมได้ทุนจาก สกว.ด้วย

GM BiZ :ตอนเริ่มทำธุรกิจของตนเองมีแนวความคิดอย่างไครับ ดร.กุลเดช : ตั้งเป้าว่าจะทำเกี่ยวกับงานออกแบบ หรือทำอะไรร่วมกับสถาปนิก เพราะมีสิ่งที่ยังติดอยู่ในใจตั้งแต่สมัยเรียนว่าทำงานกับสถาปนิกนั้นยาก ก็เลยคิดว่าลองสวมรองเท้าของเขาดีกว่า เพื่อดูว่าที่บอกว่ายากๆนั้นจะทำอย่างไรให้มันง่าย

วงจรการขึ้นลงของธุรกิจก่อสร้างในประเทศพัฒนาแล้วประมาณ 15 ปี ส่วนประเทศกำลังพัฒนาประมาณ​ 7 ปีผมเข้ามาในช่วงที่กำลังขึ้นพอดีการเริ่มต้นที่งานสถาปัตยกรรมก็ไม่ใช่เรื่องลำบากยากเย็นก็เลยลองทำในจุดนี้ดู บริษัทดีไซน์ที่ว่านั้นก็คือ บริษัท จาร์เค็น จำกัด (JARKEN)

GM BiZ : JARKEN ย่อมาจากอะไรครับ ดร.กุลเดช : J คือตัวย่อของชื่อภรรยา AR คือ Architect K คือตัวย่อชื่อผม ส่วน EN คือ Engineer ผมก็มีคิดว่ามันน่าจะเป็นสูตรผสมที่ลงตัวระหว่างชีวิตและการทำงาน

GM BiZ : Core Competency ของ JARKEN คืออะไรครับ ดร.กุลเดช : วิธีคิดที่ทันสมัยที่ไม่ใช่แค่ดีไซน์/เรามองว่างานออกแบบไม่ได้ผูกติดหรือขึ้นอยู่กับความชอบ หรือ สไตล์ เช่นโมเดิร์น คอนเทม หรือคลาสสิค แต่เป็นวิธีคิดที่ทันสมัยที่มีคุณค่าที่เราใช้และใส่จิตวิญญาณ สื่อสารกับผู้บริโภค พูดง่ายๆ คือออกแบบให้งานคุยกับคนเป็นเจ้าของได้เข้าใจ ไม่ใช่ใช้ตัวงานเองเป็นตัวดึงดูดหรือกำหนดความชอบ เรียกว่างานออกแบบเลือกคนที่ใช่ และคนที่ใช่ก็ควรจะเลือกตัวงาน เท่าที่ผมศึกษาบริษัททางด้านการออกแบบ ก่อสร้าง ภาพลักษณ์และบริบทของแต่ละเซ็กเม้นต์มันไม่ชัดเจน อย่างเวลาต้องการผู้รับเหมา ก็ไม่รู้ว่าจะไปหาที่ไหน เพราะกระจัดกระจายในซอกหลืบของความไม่ชัดเจน ที่เป็นแบบนี้เนื่องจากตัวตนของกลุ่มผู้รับเหมา กลุ่มรับก่อสร้าง และกลุ่มผู้ออกแบบหรือสถาปนิก สื่อสารกับผู้บริโภคได้ไม่ชัด ออกจะสับสนด้วยซ้ำในแง่ของสาระที่ต้องการให้จดจำ

ผู้เล่นทุกกลุ่มที่พูดถึงดูเหมือนจะมีแก่นที่มองเห็น แต่ขาดรูปแบบและวิธีการที่สมดุลกันในการสื่อสาร บางกลุ่มสร้างภาพลักษณ์ให้ผู้บริโภครับรู้ว่าเดินเข้ามาแล้วจัดจบ แต่เอาเข้าจริงจัดไม่จบ บางกลุ่มมีจุดอ่อนคือไม่สามารถออกแบบได้ หรืองานออกแบบไม่สวย ไม่มีความทันสมัย เน้นที่สร้างง่าย สร้างเร็ว บางกลุ่มมีปัญหาในเรื่องความชัดเจนในการทำราคา บางกลุ่มมีจุดแข็งด้านภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ แต่ปฏิเสธการบริหารจัดการตัวเองและลูกค้า ซ่อนตัวเองอยู่ในมุมแคบๆหรือหลุมดำระหว่างความเป็นศิลปินกับนักวิทยาศาสตร์ สรุปแล้วผู้บริโภคทั่วไปจะงง เมื่อเวลาจะสร้างบ้านหรือสร้างอาคารสักหลังหนึ่ง ควรจะเข้าไปหาใครก่อน

JARKEN เริ่มต้นด้วยการกำหนด Positioning ตัวเองให้เป็นบริษัทดีไซน์ที่สามารถ Deliver งาน คุณภาพสูงให้ลูกค้าตั้งแต่แนวคิด จบจนถึงตัวโครงการก่อสร้าง เราศึกษาและออกแบบงานของบริษัทเราทุกชิ้นจากประสบการณ์ทั้งในและต่างประเทศ ปีๆหนึ่งผมและภรรยาจะใช้เวลาในต่างประเทศค่อนข้างมาก เราสร้างแบรนด์บริษัทของบริษัทเราบนแนวคิดของการแข่งขันกับการเอาชนะตัวเอง โดยการวิ่งหนีเงาของตัวเอง เงาของความเป็นเลิศทางด้านคุณภาพและพลังของความสร้างสรรค์สิ่งนี้ทำให้แบรนด์ JARKEN แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

GM BiZ :คนพูดถึง JARKEN ว่าอย่างไรครับ ดร.กุลเดช : เป็นบริษัทออกแบบที่แปลกใหม่มีพลัง มีไดนามิค ไม่อยู่นิ่ง

GM BiZ : Target Market ของ JARKEN คือใครครับ ดร.กุลเดช : จริงๆแล้วเราอยากให้คนอื่น target เรามากกว่าเราไป target คนอื่น

GM BiZ :ลูกค้าใช้ JARKEN ทำอะไร ดร.กุลเดช : ให้หา Solution ของโจทย์งานออกแบบและก่อสร้างที่มีดีไซน์และคุณภาพสูงขณะเดียวกันเราก็ต้อง Deliver ในสิ่งที่เราสัญญากับลูกค้าได้ด้วยซึ่งปกติบริษัทอื่นก็มีวัฒนธรรมแบบที่สถาปนิกอยากออกแบบอย่างเดียว แต่ไม่อยากรับผิดชอบคุมงานก่อสร้าง ไม่ค่อยอยากจะคุยกับลูกค้าบ่อย และค่อนข้างขาด service-minded แต่วัฒนธรรมของเราตรงกันข้าม

GM BiZ :ทำไม JARKEN ต้อง Re-branding ดร.กุลเดช : เราทำวิจัยตลาดออกมาแล้วผลปรากฏว่าคนมองแบรนด์เราแข็งหรือนิ่งเกินไป ภาพลักษณ์ในความเป็นบริษัทสถาปนิกของเราเอื้อมมือจับต้องยาก เมื่อเรามีประสบการณ์มากพอถึงระดับที่มีความน่าเชื่อถือสูง ก็ถึงเวลาที่เราจะสื่อออกไปให้คนทราบ และผลงานของเราอยู่ในกลุ่มลูกค้าที่ค่อนข้างชัดเจน เราก็ต้องการให้แบรนด์เรามีความเป็นมนุษย์ มีอารมณ์มีความรู้สึกมากขึ้น

GM BiZ : Repositioning หรือ Refreshing Brand ครับ ดร.กุลเดช : ไม่ได้ Repositioning แน่นอน เพราะ Positioning ยังเหมือนเดิม แต่เป็นการ Refreshing มากกว่า คือให้ชัดไปเลยว่า JARKEN ทำ Hi-End ก่อนหน้านี้เราไม่ได้สื่อสารออกไปอย่างเป็นระบบ มันเป็นไปตามธรรมชาติ คืองานออกแบบในลักษณะนี้ถ้าไม่ใช่ระดับ Hi-End ลูกค้าก็ไม่เดินเข้ามาอยู่แล้ว อย่างสมัยแรก ลูกค้าของเราเดินเข้าจะรู้เลย เพราะด้วยบุคลิก และมีความเป็นตัวของตัวเองอย่างชัดเจน รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร

Positioning ของเราก็คือ Architect with Intelligence ซึ่งก็ได้รับการตอบรับดีมาก แต่กลับดู hi-end จนคนกลัว เราไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น คือมีความหรู แต่คงความ smart เราอยากให้เป็นแบรนด์ที่จับต้องได้ คือไม่ได้ขยับออกมาจากจุดที่ยืนอยู่ แต่ทำให้ตัวแบรนด์เองเข้าถึงง่ายขึ้น และคนก็ต้องอยากจะเข้าถึงด้วย

อย่างไรก็ตามด้วยอัตลักษณ์ของแบรนด์ JARKEN คงไปเปลี่ยนอะไรไม่ได้ เราเลยตัดสินใจปั้นแบรนด์ใหม่ขึ้นมาอีกแบรนด์ ชื่อ pye ซึ่งมี Brand Vision จบอยู่ในตัวของเค้าเอง คือ P= Practical Y=Youthful E= Exquisite ซึ่ง pye มีอายุของแบรนด์ได้ครบขวบนึงแล้ว

GM BiZ : Positioning ของ pye คืออะไรครับ ดร.กุลเดช : คือการนำกลยุทธ์เรื่อง Personal Branding มาสู่แบรนด์ pye ซึ่งเป็นตัวแทนของการสื่อสารแบบที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น คือการพาตัวเองเข้าหาคนอื่น .. ที่มาของพายพ้องเสียงและความหมายมาจาก pi คือค่าคงที่ที่มีค่าไม่รู้จบ (3.1457..) ค่าที่ไม่รู้จบนี้แหละที่มีคุณค่าที่สร้างวงกลมที่ดูเหมือนอาจจะมีกรอบ แต่วงกลมสะท้อนแนวการออกแบบของเรา แนวคิดที่มีกรอบแบบที่ 'มองไม่เห็น' เพราะพื้นที่วิ่งเล่นในวงกลม เราสามารถขยายได้ ตราบเท่าที่ พายหรือค่าคงที่ยังยืนอยู่ ลูกค้ากำหนดรัศมีของวงกลมให้เพิ่มขึ้นหรือลดลง ทำให้เราสร้างพื้นที่จินตนาการในกรอบของวงกลมที่กว้าง และยืดหยุ่นขึ้น ด้วยแนวคิดนี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า pye ทำงานด้วยง่ายและเร็ว เพราะเราตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกไป โดยที่คุณภาพการดีไซน์ก็จะไม่ได้ลดลงและยังอยู่ภายใต้งบประมาณที่ลูกค้ากำหนด

GM BiZ :สมมุติว่าผมเป็นลูกค้า ผมจะเข้าไปใช้บริการของ JARKEN หรือ pye ผมต้องทำอย่างไร ดร.กุลเดช :เมื่อลูกค้าเดินเข้ามาจะมีทีม Client Service เข้าไปพูดคุย เพื่อที่จะอธิบายวิธีการทำงานและความแตกต่างของทั้งสองแบรนด์ให้ลูกค้าฟังก่อน เช่นถ้าลูกค้ามีงบประมาณระดับหนึ่งเราจะแนะนำลูกค้าว่า pye จะทำงานภายใต้กรอบงบประมาณที่จำกัด ถ้าเลือก JARKEN จะมีแต่บันไดขึ้น/คืองบประมาณอาจมีโอกาสจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากรูปแบบการทำงาน เราก็ชี้ให้เห็นตรงๆแบบนี้ แต่ถ้าเป็น pye คุณจะมีแต่บันไดลงคือเราจะออกแบบและก่อสร้างให้จำกัดอยู่ในงบประมาณที่กำหนดได้ไม่เกินไปกว่านี้ พูดง่ายๆก็คือเราจะควบคุมงบให้และเราจะไม่ตามใจลูกค้าเหมือน JARKEN ซึ่งอันนั้นแล้วแต่ลูกค้าสุดๆแต่ถ้าเป็น pye คุณมีงบเท่านี้ต้องการสร้างบ้านให้เสร็จสมความปรารถนาคุณลูกค้าก็ต้องเข้าใจเรา

GM BiZ :ไม่ได้เปลี่ยนดีไซน์แต่ดูคุณภาพวัสดุให้เหมาะกับงบลูกค้าใช่ไหมครับ ดร.กุลเดช : ใช่ครับคุณภาพการดีไซน์เหมือนเดิม ตามปรกติเวลาสถาปนิกจะออกแบบก็จะมีขั้นตอนคือ Preliminary, Design Development จนถึง Construction Drawing แต่ว่าสำหรับ pye องค์ประกอบเหล่านั้นบางครั้งไม่จำเป็นต้องมี ถ้าเราพูดคุยทำความเข้าใจกับลูกค้าได้ว่าแบบหรือขั้นตอนการทำงานเยอะ ไม่ได้หมายว่าบ้านจะออกมาสวย หากคุยกันครั้งแรกแล้วลูกค้าเข้าใจแนวคิดและกรอบของการทำงานเราจึงสามารถตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นทำแบบน้อยลงราคาก็ย่อมเยาลูกค้าก็ไดัทั้ง Functional Benefit และ Emotional Benefit

GM BiZ :ถ้าเช่นนั้น Positioning ของ pye ก็คือ Friend for your home แล้วล่ะครับหรืออาจจะเป็น Trusted friend for your home ก็ได้ ดร.กุลเดช : ศูนย์กลางของการสร้างแบรนด์ pye คือคนต้องรักแบรนด์ก่อน คนมอง pye แล้วกล้าเดินเข้ามาคุย pye เป็นเพื่อน แต่เป็นเพื่อนคนที่เท่ห์ที่สุดในกลุ่ม ดูอบอุ่น เป็นผู้นำเทรนด์ เป็นศูนย์กลางของเพื่อนคนอื่นๆ เป็นแบรนด์ที่เด่นด้วยตัวตน ก่อนสร้างแบรนด์ pye เรา research ก่อนเลยว่า คนที่จะมาใช้บริการแบรนด์ pye คือใครบ้างในสังคม? ฟังเพลงอะไร? ชอบซื้ออะไร? พอชัดเจนแล้วเราเอาชีวิตแบบนั้นมาปรับใช้กับงานบริการของ pye เอง

ปัจจุบันบางคนเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพราะอยากจะทำงานกับเราตั้งแต่ยังไม่ได้เจอหน้ากัน เพราะเค้ารู้จักเราจากใน Facebook หรือ Social Media อื่นๆ และรู้สึกสนิท และค่อนข้างแฮปปี้กับเรามาก หนึ่งปีที่เราปล่อย pye ออกไปผลตอบรับดีมาก pye ทำให้ภาพรวมของกลุ่มบริษัทเรามีความหลากหลายด้านดีไซน์มากขึ้น

GM BiZ :pye คือ Value for Money ราคาไม่ถูกนะแต่คุ้มค่าคุ้มราคา ดร.กุลเดช : ใช่ครับไม่มีใครคิดว่า pye เป็นของถูกแต่เขาคิดว่า pye เป็นของที่ซื้อแล้วคุ้ม สบายใจ อยากคุยด้วยอารมณ์ดี chillax เราแยกกันระหว่าง JARKEN และ pye

GM BiZ :ดีเอ็นเอของ JARKEN group of companies คืออะไรครับ ดร.กุลเดช :ถ้าในมุมขององค์กรคือความคิดที่ไม่หยุดนิ่ง ถ้าในมุมของการออกแบบคือดีไซน์ที่แปลกใหม่ และมีการพัฒนาตัวเองที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งพื้นฐานและประสบการณ์ของทั้งองค์กรและดีไซเนอร์ที่มีความคิดสร้างสรรค์(Creativity) ที่มีอยู่นี้เองที่ทำให้เกิดบริษัท ไทเกอร์ลิลลี่ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (TigerLily) บริษัทเอเจนซี่ที่ปรึกษารับสร้างแบรนด์ พัฒนาภาพลักษณ์ วางแผนทางการตลาดรวมถึงงานออกแบบกราฟฟิกต่างๆ ซึ่งเข้ามาเติมเต็มดีเอ็นเอของความเป็น JARKEN ให้มีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งนั่นก็คือความถนัดด้าน Creativity

GM BiZ :TigerLily เข้ามา support ธุรกิจของลูกค้า JARKEN และ pye/ใช่ไหมครับ ดร.กุลเดช :ปัจจุบันใช่ครับ เพราะ TigerLily เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เราเลยเริ่มจากลูกค้าที่มาใช้บริการงาน JARKEN และ pye ก่อน เรามองว่างานดีไซน์ และการสร้างแบรนด์กับงานการตลาด หากมีการวางแผนควบคู่กันไปจะสามารถช่วยส่งเสริมธุรกิจ และไปถึงเป้าหมายที่ลูกค้าต้องการได้ พูดง่ายๆคือ TigerLily จะทำหน้าที่เสมือนเป็นทรัพยากรที่มีชีวิต และเป็นที่ปรึกษาให้กับเจ้าของโครงการและในภาคธุรกิจต่างๆช่วยพัฒนาต่อยอดการสร้างแบรนด์ให้ลูกค้า ตั้งแต่การกำหนดทิศทางของสินค้าหรือบริการ (Brand Direction) ตั้งแต่จุดเริ่มต้นว่าอนาคตการดำเนินกิจการของแบรนด์นี้ควรเป็นอย่างไร หรือการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์เดิม จากนั้น TigerLily จะนำแนวทางที่ได้ไปพัฒนางาน Creative Branding ประเภทงานออกแบบกราฟฟิก งานผลิตต่างๆ ไปถึงการสื่อสารทางการตลาดและองค์กรในรูปแบบดิจิตอล ออนไลน์ และสื่ออื่นๆ

GM BiZ : ทิศทางในอนาคตของแบรนด์ JARKEN, pye และ TigerLily ดร.กุลเดช :สำหรับ JARKEN เราวางตัวเองให้เดินไปที่ความเป็น Global Brand นี่คือสิ่งที่ทำมาตลอด คือเราได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศมานาน ด้วยงานบริการระดับคุณภาพสูง และการสร้างสรรค์ผลงานที่การันตีด้วยรางวัลระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าที่เข้ามาหาเราจะมีความต้องการและความคาดหวังทะลุเป้า ซึ่งนั่นคือข้อดีที่ทำให้ระบบโครงสร้างการทำงานและบุคคลากรแข็งแกร่งขึ้น เรียกว่าวันนี้เราทำได้ระดับนี้ พรุ่งนี้ต้องดีกว่านี้ ดังนั้นการรักษาคุณภาพของแบรนด์ JARKEN ให้เป็น Architect with Intelligence/นั้นคือสิ่งที่ท้าทาย

ส่วน pye เป็น Fighting Brand เราใช้เวลาวิจัยศึกษาและพัฒนาก่อน launch แบรนด์นี้มานาน เราอยากให้ แบรนด์ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าตามยุคสมัยและสังคมที่เปลี่ยนไป เพื่อให้ได้รับงานบริการที่ดีสะดวก รวดเร็ว ราคาสมเหตุสมผลและบริการหลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคในประเทศ/อนาคตอาจจะมองไปถึงระดับ Regional หรือ AEC

pye ไม่เพียงเป็น Fighting Brand เพื่อเจาะตลาดที่ JARKEN ไม่สามารถทำได้ แต่เรายังเป็น Fighting Brand กับช่องว่างทางการสื่อสารระหว่างสถาปนิกกับผู้บริโภคที่มักจะเข้าใจยาก ให้กลายเป็นเรื่องง่าย ซึ่งทำให้ทุกวันนี้ pyeกลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับและติดตามจากสถาปนิก อินทีเรียร์ดีไซเนอร์ นักการตลาด นักโฆษณาประชาสัมพันธ์ และคอนซูเมอร์ทั่วไปกว่า 180,000 คน

ในขณะที่ TigerLily เป็นแบรนด์ที่กล้าเสี่ยงแต่ใจกว้าง อ่อนไหวแต่มั่นคง เราใช้กลยุทธ์การทำงานแบบกองโจร ไม่ใช่กองทัพที่ได้รับการหนุนจากรัฐแบบเอเจนซี่ใหญ่ๆคล้ายๆ Guerrilla Marketing/คือลงทุนทางความคิดให้เยอะ ผสมกับความคิดสร้างสรรค์แบบไม่ธรรมดา พัฒนารูปแบบการสื่อสารและการตลาดจากโจทย์ที่เราได้รับ ให้เกิดการบอกต่อหรือเป็นกระแสให้กับสินค้าหรือบริการนั้นๆ โดยสไตล์การทำงานของเราจะเป็นแบบฉลาดคิด กล้าสร้างสิ่งที่ไม่คาดคิดให้ประหลาดใจและเอาสิ่งที่ขัดแย้งมารวมกันแล้วทำให้เกิดสิ่งใหม่ที่ดีกว่า

JARKEN คว้ารางวัลออกแบบระดับนานาชาติ

เขาใหญ่เรสซิเดนท์ ภายใต้การพัฒนาโดย บริษัท จาร์เค็น จำกัด ได้รับรางวัล Best Property Single Unit จาก The Asia Awards 2014- 2015

เวทีประกวดระดับนานาชาติด้านการออกแบบอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่โรงแรม แชงกรีล่า กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยการประกวดครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 490 บริษัท จาก 25 ประเทศทั่วโลก

2 หัวเรือใหญ่แห่ง JARKEN… ไต่ระดับสู่ความสำเร็จระดับสากล

ทั้ง“คุณแจน-ศศิวิมล สินธวณรงค์” และ “คุณแม็พ-ชลธิษฐ์ถนัดศิลปกุล”เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันเมื่อครั้งสมัยเรียนหนังสือ มีความ มุ่งมั่นตั้งใจที่จะก้าวเข้าสู่วิชาชีพอินทีเรียดีไซเนอร์และสถาปนิกทำให้ทั้ง 2 คุณแจนและคุณแม็พไต่ระดับเดินตามความฝันผ่านห้องเรียนจนจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศหลังจากนั้นทั้งก็ต่างออกเดินทางหาประสบการณ์ให้กับชีวิตการทำงานจากองค์กรที่มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจทั้งงานออกแบบ ดีไซน์และอสังหาริมทรัพย์เบอร์ต้นๆของประเทศ2014- 2015

ปัจจุบัน“คุณแจน-ศศิวิมล ”Design Principal และ “คุณแม็พ-ชลธิษฐ์ ”Architect Principal ได้ร่วมกันบริหาร กลุ่มบริษัท จาร์เค็นและตลอดเวลากว่า 10 ปีอยู่ในวงการออกแบบงานสถาปัตยกรรม และสถาปัตยกรรมภายในในนาม JARKEN ได้ ฝากผลงานมากมาย ทั้งบ้าน คอนโดมิเนียมอาคารสำนักงาน ร้านอาหาร โชว์รูม โรงแรม ในไทยและต่างประเทศ และยังได้รับการการันตีด้วยรางวัลจากเวทีระดับสากลด้วยแล้ว...งานนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

ทุกชิ้นงานที่ออกแบบขึ้นมาไม่ได้ทำตามกระแสแบบฉาบฉวย แต่มาจากการลงลึกทางด้านความคิด และตกตะกอนออกมาเป็นผลงานที่มีคุณค่า เมื่อผนวกกับประสบการณ์ในการทำงานทำให้เห็นช่องว่างในโลกของการออกแบบสร้างสรรค์งาน ทำให้เกิดมุมมองใหม่ในการใช้ครีเอทีฟไอเดียต่อยอดสำหรับก้าวต่อไปในอนาคตของกลุ่มบริษัทฯ ดังจะเห็นได้จากเมื่อไม่นานมานี้ได้มีการเปิดตัว บริษัท ออกแบบ พาย หรือ “pye” ที่ก่อให้เกิดกระแสพูดถึงในวงกว้างบนโลกโซเชียลมีเดีย ที่เปรียบเสมือนเป็นเพื่อนคู่คิด พูดคุยกันแบบนาทีต่อนาที สำหรับคนที่ต้องการงานออกแบบสักชิ้นภายใต้งบประมาณค่าออกแบบที่เลือกและกำหนดเองได้ และล่าสุดได้ก้าวไปอีกขั้นสู่การเป็นที่ปรึกษาทางด้านการสร้างแบรนด์โดยได้ก่อตั้งบริษัท ไทเกอร์ลิลลี่ คอมมิวนิเคชั่นจำกัด หรือ“TigerLily” เป็นผู้สร้างสรรค์งานส่วนนี้

ปริมาณงานในมือต่อคิวยาวเป็นปี “งานของเราที่มีอยู่ตอนนี้ต่อคิวยาวทั้งไปจนถึงสิ้นปี” ผู้บริหารของ JARKEN“คุณแจน-ศศิวิมล ”กล่าวด้วยรอยยิ้มกับปริมาณงานที่มีอยู่ในปัจจุบันซึ่งก็มีทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก หากแบ่งสัดส่วนแล้วเป็นงานเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยทั้งบ้าน และคอนโดฯ 70 % งานออฟฟิศ 20 % และงานออกแบบประเภทอื่นๆ อาทิเช่น งานออกแบบคลินิก ฯลฯ ประมาณ 10 %

“One-Stop-Serviceเราต้องการเติมเต็มธุรกิจทั้งของเราและบริการให้กับลูกค้า" คุณแจน-ศศิวิมล กล่าวถึงหลักคิดในการทำธุรกิจที่มีการขยายงานตามที่กล่าวมาข้างต้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อเป็นการต่อยอดทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ แต่มองไปถึงประโยชน์ที่ทางลูกค้าจะได้รับ ซึ่งจะเป็นผลงานที่ได้รับการกลั่นกรองทางความคิดแบบองค์รวม เป็นการรวบรวมศาสตร์แห่งการสร้างสรรค์ในหลายๆ แขนงให้มารวมอยู่ในงานเดียวกันอย่างเช่นหากมีงานพัฒนาโครงการจากดีเวลลอปเปอร์มาสักชิ้นหนึ่งทีมงานของไทเกอร์ลิลลี่ ก็จะต้องคุยและแลกเปลี่ยนความคิดกับทีมงานสถาปนิกและอินทีเรียดีไซเนอร์ ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นในการคิดคอนเซ็ปโครงการเพื่อให้ทิศทางของการสร้างแบรนด์ถูกถ่ายทอดไปสู่การออกแบบตัวโครงการ

พร้อมกันนี้ ““คุณแม็พ-ชลธิษฐ์ ” ยังเล่าเสริมถึงหัวใจสำคัญในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสไตล์งานออกแบบที่มีความโดดเด่น โดยมองว่างานออกแบบคือการสร้างความสมดุลย์ขององค์ประกอบต่างๆที่มาอยู่รวมกัน และหากจะเปรียบการทำงานออกแบบกับการทำงานของร่างกายคนแล้ว ก็เหมือนการสร้างความสมดุลในการทำงานของสมอง (เหตุผล ตรรกะ บริบทกฎเกณฑ์ต่างๆ) และหัวใจ(อารมณ์ ความรู้สึก)จะมีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ซึ่งกว่าจะตกผลึกและกลั่นออกมาเป็นผลงานออกแบบได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ การทำงานยังให้ความสำคัญกับเรื่องของความรู้สึกทั้งกับลูกค้า และทีมงานในองค์กร โดยยึดหลักง่ายๆ คือ “อดทน-มีสติ-เอาใจเขามาใส่ใจเรา”เนื่องจาก งานออกแบบตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นไปจนงานก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างยาวนาน ปัญหาและความเปลี่ยนแปลงระหว่างทางมีโอกาสเกิดขึ้นอยู่เสมอ ดังนั้น สติ และความอดทนจึงเป็นสิ่งพึงมี เพื่อที่จะก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้ และต้องคิดถึงเสมอว่าอะไรเป็นสิ่งที่เราได้รับแล้วเรารู้สึกดี เราก็ควรมอบสิ่งเหล่านั้นให้กับคนอื่นเช่นกัน ก็จะทำให้เรามองคนรอบข้าง (ลูกค้ารวมถึงผู้ร่วมงาน) มากขึ้น ไม่ยึดตัวเองเป็นหลักมากจนเกินไป ซึ่งสิ่งที่กล่าวมาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลต่อความสำเร็จของงานออกแบบทั้งสิ้น

จากความทุ่มเท และทัศนคติในการทำงานที่ตั้งใจให้ผลลัพธ์ของงานออกมาดีที่สุด ทำให้ผลงานออกแบบหลายโครงการได้รับรางวัลจากเวทีระดับสากลมากมาย อาทิ อินเตอร์เนชั่นแนล พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ด 2010-2013 ถึง 4 รางวัลติดต่อกัน 3 ปีซ้อน ได้แก่ การออกแบบสถาปัตยกรรมภายในยอดเยี่ยม การออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอกยอดเยี่ยม และแผนการตลาดยอดเยี่ยมและล่าสุดก็คว้ารางวัลสาขา Property Single Unit จากเวที The Asia Pacific Property Awards 2014 – 2015 เมื่อวันที่ 8-9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ โรงแรมแชงกรีล่า กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยเวที The Asia Pacific Property Awards เป็นสุดยอดเวทีการประกวดด้านอสังหาริมทรัพย์ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค ที่มีสุดยอดโครงการอสังหาริมทรัพย์จาก 25 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคเข้าร่วมแข่งขันน่าจะกลับมาขยายตัวได้ดีอีก โดยเฉพาะในส่วนของ บ้านที่อยู่อาศัย คอนโด ออฟฟิตสำนักงาน เป็นต้น

“คุณแจน-ศศิวิมล”กล่าวเสริมก่อนจะตอกย้ำในตอนท้ายถึงเป้าหมายขององค์กรว่าอนาคตของJARKEN ยังคงไม่หยุดยั้งที่จะขยายงานทางด้านการใช้ครีเอทีฟไอเดียไปยังงานสาขาอื่นๆ ให้ครอบคลุมมากที่สุดเพื่อสร้างการรับรู้ให้ไปถึงคนที่ต้องการงานทางด้านความคิดสร้างสรรค์จะต้องนึกถึงJARKENไม่ต่างจากสินค้าหรือบริการระดับLuxury Brand ดังๆของโลก ที่หลายคนปรารถนาจะมีไว้ครอบครองหรือได้ใช้บริการ สักครั้งในชีวิต

The Perfect Combination





JARKEN แรงต่อเนื่องคว้ารางวัลออกแบบระดับนานาชาติ-เอเชีย

เขาใหญ่ เรสซิเดนท์ (KhaoYai Residence) ภายใต้การพัฒนาโครงการโดยบริษัท จาร์เค็น จำกัด ผู้นำในการให้บริการงานด้านออกแบบที่อยู่อาศัยได้รับรางวัล Best Property Single Unit จาก The Asia Pacific Property Awards 2014-2015 ที่โรงแรมแชงกีล่า กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา

การประกวดครั้งนี้แบ่งออกเป็น 47 ประเภทซึ่งมีผู้เข้าร่วมประกวดกว่า 490 บริษัท จาก 25 ประเทศ ทั่วโลก ซึ่งนับได้ว่าเป็นเวทีระดับนานาชาติด้านการออกแบบอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

“เป็นความภาคภูมิใจของบริษัทอีกครั้ง หลังจากที่เคยได้รางวัลงานออกแบบ Private Residence จากเวทีเดียวกัน เมื่อปี 2009 และปี 2013” นายชลธิษฐ์ ถนัดศิลปะกุล Principal Architect กล่าวเสริมว่า

“รางวัลนี้พิจารณาจากความโดดเด่นของงานออกแบบบ้านเดี่ยว ซึ่งผลงานที่เราส่งเข้าประกวดเป็นบ้านพักตากอากาศ ภายใต้คอนเซ็ปต์ของเมืองลับแลผสมผสานกับความเชื่อทางศาสตร์ ฮวงจุ้ย โดยให้ลักษณะของตัวบ้านมีความคล้ายกับธนูที่กำลังจะยิงลูกธนูไปทิศที่เป็นมงคลกับเจ้าบ้าน และมีพื้นที่สีเขียวอันร่มรื่นและวิวแบบ Panorama จากภูเขาที่โอบล้อม และบรรยากาศติดริมน้ำของเขาใหญ่ โดยมีความพิเศษของการเลือกใช้วัสดุที่มีผิวสัมผัสใกล้เคียงกับธรรมชาติ เพื่อความกลมกลืนของบ้านกับบรรยากาศภายนอก ตลอดจนการคำนึงถึงเรื่องระบบเทคโนโลยีที่นำมาปรับใช้อย่างเหมาะสม”

สำหรับงานออกแบบที่อยู่อาศัยของ จาร์เค็น เรียกได้ว่ายังคงพัฒนาผลงานการบริการและความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

จาร์เค็นตื่นสร้างแบรนด์รับมือเออีซี เจาะงานออกแบบบ้านยันที่ปรึกษา

นายชลธิษฐ์ ถนัดศิลปะกุล ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบและสถาปัตยกรรม กลุ่มบริษัทจาร์เค็น ผู้ประกอบธุรกิจรับออกแบบและตกแต่งภายใน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มจาร์เค็น จึงลงทุนแตกบริษัทลูกอีก 2 แห่ง คือ บริษัท ออกแบบ พาย จำกัดรับออกแบบตกแต่งภายในกลุ่มที่มีมูลค่าก่อสร้างเฉลี่ย 10 ล้านบาท กับบริษัท ไทเกอร์ลิลลี่ คอมมิวนิเคชั่นจำกัด ที่ปรึกษาการสร้างแบรนด์และประชาสัมพันธ์ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 400 ล้านบาท เติบโต 100% จากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้รวม 200 ล้านบาท เนื่องจากมีการขยายธุรกิจโดยช่วง 3 เดือนแรกที่ผ่านมามีรายได้แล้ว 200 ล้านบาท

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจาร์เค็นรับงานออกแบบและตกแต่งภายในบ้านหลังใหญ่ที่มีมูลค่าก่อสร้าง 20 ล้านบาทขึ้นไป มีพื้นที่ใช้สอย 4-5 พันตารางเมตร จึงเห็นช่องว่างตลาดออกแบบบ้านระดับกลางพื้นที่ใช้สอย 400-500 ตารางเมตร นับจากเปิดบริษัทเกือบ 1 ปี ผลตอบรับดีมีงานออกแบบแล้วกว่า 100 หลัง คิดเป็นรายได้จากค่าออกแบบเกือบ200 ล้านบาท

ส่วนบริษัท ไทเกอร์ลิลลี่ฯ ตั้งขึ้นเพื่อรองรับลูกค้าที่ว่าจ้างบริษัทออกแบบ โครงการประเภทคอมเมอร์เชียล รวมทั้งเป้นที่ปรึกษาคอนเซ็ปต์และสร้างแบรนด์ เช่น งานออกแบบศูนย์รักษาผิวพรรณซึ่งลูกค้าต้องการให้วางคอนเซ็ปต์แบรนด์ให้สอดรับกับสถาปัตยกรรมอาคารด้วย

นายชลธิษฐ์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันจาร์เค็นมีงานออกแบบในมือกว่า 20 ราย แบ่งเป็นที่อยู่อาศัย 80% อาคารประเภทอื่นๆ 20% ปีนี้คาดว่างานอาคารที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยจะเพิ่มเป็น 30% เนื่องจากมีลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีเริ่มติดต่อเข้ามามากขึ้น

โดยเมื่อเร็วๆนี้บริษัทรับงานออกแบบบ้านระดับไฮเอนด์ 12 หลังภายในโครงการบ้านจัดสรรคฤหาสน์ทายาท ย่านติวานนท์ โดยผู้ว่าจ้างได้ซื้อที่ดินจำนวน 7 ไร่ ภายในโครงการบ้านจัดสรรคฤหาสน์ทายาทจากเจ้าของโครงการแล้วนำมาแบ่งแปลงจัดสรรขาย เนื้อที่เริ่มต้นตั้งแต่ 50 ตารางวา ขึ้นไป โดยให้ออกแบบเป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้นสไตล์โมเดิร์น เน้นกระจก แบบบ้านมี 3 รุ่น คือ รุ่นพื้นที่ใช้สอย 2 พันตารางเมตรมี 2 แบบ กำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้

ล่าสุดจาร์เค็นยังได้รุกขยายตลาดประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีงานออกแบบที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 2 รายในประเทศเมียนมาร์ได้แก่ 1)งานออกแบบคอนโดมีเนียมสูง 16-17 ชั้น 2) งานออกแบบบ้านหรูพื้นที่ใช้สอย 3 พันตารางเมตร คาดว่ามีมูลค่าก่อสร้างรวมตกแต่งภายใน 600-700 ล้านบาท ในอนาคตหากมีปริมาณงานใหม่ถึงปีละ 10 โครงการก็จะพิจารณาตั้งสำนักงานสาขาในเมียนมาร์

JARKEN โชว์โรดแมป เดินหน้ารุกธุรกิจสร้างแบรนด์น้องใหม่ TigerLily

JARKEN โชว์แผนธุรกิจ เดินหน้ารุกตลาดที่ปรึกษา ออกแบบและก่อสร้างครบทุกเซ็กเมนต์พร้อมรับตลาดต่างประเทศและเข้าสู่ AEC มุ่งหน้าปรับองค์กรครั้งใหญ่เพื่อก้าวสู่องค์กรสื่อ บริการ สร้างสรรค์เต็มรูปแบบเจ้าแรกในตลาด AEC โดยเปิดตัวบริษัทเอเจนซี่ที่ปรึกษารับสร้างแบรนด์ TigerLily

ดร กุลเดช สินธวณรงค์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท จาร์เค็น ( JARKEN ) กลุ่มบริษัทธุรกิจที่ให้บริการปรึกษา ออกแบบและก่อสร้างชั้นนำของไทย เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในปี 2557-2561 ว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างขั้นตอนการปรับปรุงเดินหน้าพัฒนาองค์กรครั้งใหญ่อีกครั้ง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาดอย่างเต็มรูปแบบ ให้ครบทุกเซ็กเมนต์ของตลาดระดับกลางถึงระดับบน โดยเพิ่มเติมธุรกิจให้คำปรึกษา สร้างแบรนด์แบบครบวงจร รวมถึงการออกแบบ และผลิตเฟอร์นิเจอร์โดยนักออกแบบของบริษัทฯเอง ทั้งนี้ บริษัทฯ พร้อมลุยเดินหน้าธุรกิจทันที และเตรียมรุกตลาด AEC ในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะสนับสนุนรายได้และกำไรให้บริษัทฯได้ในปี 2558

“ สถาปนิก นักออกแบบ เน้นนำเสนอความคิดมากกว่าผลงาน เน้นการใช้ความสร้างสรรค์ที่มีอยู่ (creativity) ทำหน้าที่เสมือนเป็นทรัพยากรที่มีชีวิต และเป็นที่ปรึกษาให้กับเจ้าของโครงการโดยเฉพาะในภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของการสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์อยู่แล้ว เป้าหมายของเราคือ การเติมเต็มสัดส่วนของความถนัดของเรา โดยการเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในฐานะเป็นที่ปรึกษาพัฒนาต่อยอดการสร้างแบรนด์ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของสินค้าหรือบริการ สู่งาน creative branding จนไปถึงการสื่อสารการตลาดและองค์กรในทุกรูปแบบ ทั้งดิจิตอล ออนไลน์ หรือสื่ออื่นๆ ” ดร กุลเดช สินธวณรงค์ กล่าว

TigerLily เกิดจากความคิดที่ไม่จำกัดตัวเองที่งานออกแบบในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยดึงความถนัดและความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นพื้นฐานในการออกแบบสถาปัตยกรรม เป็นแรงบันดาลใจผลักดันในการเริ่มสร้างรูปแบบธุรกิจ branding เอเจนซี่ โดยมีผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์มาร่วมในการก่อตั้งและดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ การปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ ให้กับสินค้าหรือบริการ และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค

ก่อนหน้านี้ บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อย 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท UIA (ยู อินทีเรียร์) ดำเนินธุรกิจออกแบบ ผลิต เพื่อนำเข้า เฟอร์นิเจอร์แนว เซน คอนเทมโพรารี และแนวโมเดิร์น และ บริษัทออกแบบ พาย เน้นตลาดการออกแบบที่เข้าถึงใจไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ซึ่งทั้งสองธุรกิจมีทิศทางเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง

JARKEN ออกแบบเพื่อการใช้ชีวิตโดยไร้ขอบเขค


'JARKEN'...beyond expectation and lifestyle with possible

'จาร์เค็น' บริษัทสถาปนิกชั้นนำของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมายาวนานกว่า 10 ปี นำโดยคุณชลธิษฐ์ ถนัดศิลปกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสถาปัตยกรรม และคุณศศิวิมล สินธวณรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายสถาปัตยกรรมภายใน ผู้เชี่ยวชาญงานออกแบบบ้านดีไซน์ เรียบ หรู แบบ modern luxury

โดยการออกแบบแต่ละโครงการของ จาร์เค็น นั้น สามารถสะท้อนตัวตนและรสนิยมของเจ้าของได้อย่างดี อีกทั้งต้องดูสวย อยู่สบาย ได้ฟังก์ชั่นครบ ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของเจ้าของผลงาน ด้วยทีมงานที่มากประสบการณ์

ผลงานส่วนใหญ่ที่ผ่านมามักเป็นบ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด และหลายโครงการที่ร่วมมือกับบริษัทอสังหาฯ เช่น แสนสิริ พฤกษา ทีซีซี แคปปิตอล แลนด์ รวมไปถึงงานโรงแรม, โรงพยาบาล, ออฟฟิศ, คลินิก, โชว์รูม, ร้านอาหาร เป็นต้น

ผลงานรางวัลล่าสุด - Outstanding achievements in quality on an international scale, "The European Award for Quality Achievement 2013" - Architecture Single Residence Thailand, Highly Commended, "International Property Awards 2012-2013 in associate with HSBC" - Best Interior Design, Highly Commended, "The International Property Awards 2011 in association with Bloomberg Television"

'จาร์เค็น' ผนึกพลังความคิดร่วมกับทีมแพทย์จุฬาฯ รามาฯ สานฝันโครงการ 'สถาปัตย์บำบัด'

ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะสังคมสูงอายุอย่างเต็มขั้น ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะมีสภาพร่างกายที่ถดถอยเกิดการบาดเจ็บจากการหกล้มจนส่งผลให้เกิดกระดูกหักได้ง่ายกว่ากลุ่มคนหนุ่มสาว รวมไปถึงโรคเรื้อรังและโรคแทรกซ้อนต่างๆ อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เป็นต้น เป็นเหตุให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ และจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากบุตรหลานหรือญาติพี่น้องอย่างใกล้ชิด ดังนั้นประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีการวางแผนระยะยาวที่จะพัฒนาระบบการดูแล รักษา ให้กับบุคคลกลุ่มนี้อย่างถูกต้องเพื่อให้ผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บสามารถฟื้นตัวกลับมาสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว ลดภาวะแทรกซ้อนระยะยาวที่เป็นเหตุให้เกิดการพิการถาวรหรือเสียชีวิตในที่สุด

ทั้งนี้ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา วงการวิชาการทั้งด้านสุขภาพและด้านอื่นที่เกี่ยวข้องได้ค้นพบว่าสิ่งแวดล้อมภายในบ้านและภายในสถานพยาบาลนั้นมีผลต่อการดูแล รักษา และฟื้นฟูสภาพของผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บในกรณีต่างๆทั้งทางตรง และทางอ้อม ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยจำนวนมากที่สนับสนุนหลักการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและเหมาะสมว่าจะช่วยทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีของกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

ด้วยเหตุนี้ บริษัท จาร์เค็น จำกัดนำโดยคุณชลธิษฐ์ ถนัดศิลปกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสถาปัตยกรรม และคุณศศิวิมล สินธวณรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายสถาปัตยกรรมภายใน ได้ร่วมมือกับนายแพทย์ ธีระ วรธนารัตน์จากสำนักงานวิจัยและพัฒนาการแปรงานวิจัยสุขภาพสู่การปฏิบัติ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาโครงการ “สถาปัตย์บำบัด (Architectural Therapy)” ซึ่งมีความมุ่งหมายที่จะรวบรวมเอาความรู้ทางด้านดูแลรักษาสุขภาพ นำมาประยุกต์ใช้กับงานออกแบบบ้าน ภายใต้แนวคิดการออกแบบองค์รวมในการดูแล บำบัด และฟื้นฟูสภาพให้แก่ กลุ่มผู้ป่วยพักฟื้น กลุ่มผู้ป่วยที่ต้องการการฟื้นฟูสภาพ และกลุ่มผู้สูงอายุทั้งที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง หรือที่ยังพอช่วยเหลือตนเองได้

'เราเชื่อว่าการผสมผสานงานสถาปัตยกรรมภายนอก-ภายใน สามารถช่วยรักษาและบรรเทาอาการเจ็บป่วยของญาติผู้ใหญ่ของเรา รวมถึงคนดูแลรอบข้าง ให้มีแต่รอยยิ้ม มีความสุข มีอิสระตามที่ต้องการได้ในทุกๆวัน เรียกได้ว่าการทำโครงการนี้ จะเป็นประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมไทยได้เป็นอย่างดี'คุณชลธิษฐ์กล่าว

สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของโครงการนี้ได้ที่ www.facebook.com/jarken.net และwww.facebook.com/pyedesign.netหรือติดต่อสอบถามผ่านทาง email:info@jarken.net

‘จาร์เค็น’ พลิกวิกฤตการเมือง สบช่องหาพันธมิตรขยายงาน

นางสาวสิริทร สิทธิวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจออกแบบ ตกแต่งภายใน และก่อสร้าง เปิดเผยว่า ปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนโครงการที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ ทั้งบ้านและคอนโดมิเนียมลดลงจากปีที่ผ่านมาเนื่องจากผลกระทบด้านเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศและการเมืองที่ยืดเยื้อจากช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งปัญหาการเมืองกระทบกับการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มตลาดล่างบ้าง แต่ยังไม่เห็นการลดลงแบบฮวบฮาบ แต่ตลาดกลาง-บน ที่บริษัททำตลาดอยู่ยังไม่กรทบ แต่หากการเมืองยือเยื้อต่อไปอีกอาจจะส่งผลกระทบได้ ซึ่งบริษัทต้องเตรียมพร้อมและมีการบริหารความเสี่ยง

น.ส สิริทรกล่าวว่า แม้จะมีการเมืองมากระทบแต่มองว่าเป็นโอกาส บริษัทอาจจะหาพันธมิตรทางธุรกิจ อาทิ การออกแบบตกแต่งอาคารสำนักงาน หรืองานก่อสร้างอื่นๆ ที่ต้องการออกแบบเพราะตลาดอสังหาฯค่อนข้างกว้าง ยังมีที่ว่างในการชยายธุรกิจได้ ปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-15% โดยจะเน้นตลาดในกรุงเทพฯและมีการขยายตลาดไปต่างจังหวัด สัดส่วนอยู่ที่ 10% เพราะมองว่ายังมีกำลังซื้อและมีความต้องการด้านการออกแบบมากขึ้น ส่วนต่างประเทศมองว่าเป็นโอกาส ปัจจุบันมีการรับงานอยู่แล้ว หากมีงานเข้ามาก็พร้อมรับ

‘จาร์เค็น’ แตกไลน์ปั้นแบรนด์อสังหาฯ

น.ส.สิริทร สิทธิวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจออกแบบ ตกแต่งภายใน และก่อสร้าง เปิดว่า บริษัทได้ขยายธุรกิจโดยตั้งบริษัท ไทเกอร์ลิลลี่ จำกัด ทำธุรกิจเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์สินค้า เพื่อเติมเต็มธุรกิจโดยปัจจุบันกลุ่มบริษัทประกอบด้วย บริษัท จาร์เค็น ออกแบบและตกแต่งภายใน ตลาดระดับไฮเอนด์, บริษัท ออกแบบ พาย จำกัด เน้นการออกแบบตกแต่งภายใน เจาะตลาดกลางและบน และบริษัท เจ.เค.บิวเดอร์ส จำกัด รับเหมาก่อสร้าง เบื้องต้นเน้นเป็นแบรนด์เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากบริษัทมีความคุ้นเคยอยู่แล้ว และในอนาคตจะขยายไปยังสินค้าที่เกี่ยวข้องกับงานดีไซน์ เริ่มตั้งแต่การออกแบบโลโก้ ออกแบบโครงการเพื่อให้มีความสอดคล้อง รวมถึงการบริหารการขายด้วย

“ผู้ประกอบการอสังหาฯรายย่อยยังมีช่องว่างในการแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดที่มีแบรนด์ที่แข็งแกร่งได้โดยเฉพาะในทำเลเดิมที่มีความเชี่ยวชาญและจะต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า การออกแบบที่แตกต่าง รวมถึงการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ การที่ผู้ประกอบการบางรายจะมองว่าการสร้างแบรนด์ไม่สำคัญเท่ากับคุณภาพของสินค้า ระยะสั้นอาจมองไม่เห็นความแตกต่างแต่ระยะยาวการมีแบรนด์ควบคู่กับการพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า เพราะยังมีผู้ประกอบรายใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง” น.ส.สิริทรกล่าว

น.ส.สิริทรกล่าวว่า บริษัทได้ร่วมกับ บริษัทโซลิด ดีเวลลลอปเม้นท์ พัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ จำนวน 11 ยูนิต ย่านแจ้งวัฒนะ ราคาประมาณ 40-50 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างการออกแบบบ้าน และแบรนด์สินค้า คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดตัวได้ในปีหน้า

ถอดโมเดล “ จาร์เค็น ” สยายปีกธุรกิจใน-นอก

กลุ่มบริษัท จาร์เค็น เป็นผู้ดำเนินธุรกิจหลักในด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมและสถาปัตยกรรมภายใน สมัยใหม่ ประกอบด้วยทีมงานที่มีความชำนาญการออกแบบที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ระหว่างความต้องการพื้นที่อยู่อาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า รวมถึงการให้บริการงานก่อสร้างและตกแต่งภายในที่พักอาศัยหลากหลายโครงการ ทั้งโครงการบ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม ออกแบบปรับปรุงสำนักงาน โรงแรม ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด

หลักสำคัญที่ทำให้กลุ่มบริษัท จาร์เค็น ต่างจากบริษัทออกแบบรายอื่นๆในตลาด คือ เรียนรู้ตัวตนความต้องการของลูกค้าแล้วนำมาตกผลึกทางความคิดกลั่นออกมาเป็นสไตล์งานดีไซน์ที่มีความโดดเด่นจากการผสมผสานคาแรกเตอร์ของเจ้าของงานซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง

แนวทางดังกล่าว ทำให้จาร์เค็นเป็นที่ยอมรับของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการงานออกแบบก่อสร้างและตกแต่งที่พักอาศัย คอนโดมิเนียม สำนักงาน โรงแรม และ รวมถึงกลุ่มลูกค้าดีเวลลอปเปอร์หลายบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยและต่างประเทศ ที่เลือกใช้บริการของจาร์เค็นฯ อาทิ แสนสิริ ทีซีซี แคปปิตอล แลนด์ พฤกษา ตลอดจนเพปเพิลเบย์ (ไทยแลนด์) และเกรซไอวอรี่ เป็นต้น

สิริทร สิทธิวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัท จาร์เค็น เปิดเผยว่า สไตล์งานของจาร์เค็นเป็นสไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง สำหรับงานที่พักอาศัยจะมีความเรียบหรูดูได้นาน เจ้าของบ้านจะรู้สึกถึงความพิเศษถึงแม้จะพักอาศัยอยู่ทุกๆ วัน และเมื่อเวลามีแขกมาเยื่ยมเยียนจะสัมผัสได้ว่ารู้สึกประทับใจ เพราะไม่เคยเห็นผลงานการออกแบบตกแต่งสไตล์นี้ในที่อื่นๆ มาก่อน

สำหรับงานคอมเมอร์เชียลในส่วนออฟฟิศ สำนักงาน และโชว์รูมนั้น จะคิดงานอินทีเรียร์ดีไซน์ควบคู่กับการสร้างแบรนด์ให้แก่ของเจ้าของสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการ เรียกได้ว่าลูกค้าผู้ที่มาติดต่อหรือแม้กระทั่งพนักงานในออฟฟิศเองสามารถรับรู้และสัมผัสได้ถึงอัตลักษณ์ของแบรนด์นั้นๆ ทั้งภายนอกด้วยภาพที่เห็นและสีสันวัสดุความสวยงามที่ใช้ และภายในด้วยรายละเอียดที่ดีไซเนอร์และทีมงานตั้งในคิดและถ่ายทอดออกมาเป็นฟังก์ชั่นการใช้งานจริงที่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน เอกลักษณ์เฉพาะแบบนี้ที่เป็นที่มาของคำจำกัดความของคำว่า ดีไซน์สไตล์จาร์เค็น

กว่า 10 ปีที่จาร์เค็นถูกวางไว้เป็นแบรนด์ที่ให้บริการลูกค้าระดับบนเป็นหลัก แต่ด้วยวิธีคิดและการปรับตัวเข้าสู่กระแสสังคมยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนไป จึงมีลูกค้าอีกลุ่มหนึ่งที่ต้องการเข้าถึงผลงานที่มีคุณภาพสวยโดดเด่น จนในที่สุดจาร์เค็นได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการออกแบบด้วยการเปิดตัวบริษัท ออกแบบ พาย จำกัด (pye design Co., Ltd.) หรือ “pye” ที่ตอบรับความต้องการของลูกค้าระดับกลาง-บน ซึ่งมีอิสระในการคิด มีความชัดเจนของความต้องการงานดีไซน์คุณภาพสูง และมีสไตล์เป็นของตัวเอง แต่ต้องอยู่ในงบประมาณที่กำหนดได้

ทั้งนี้ ยังตรงกับคอนเซปต์การทำงาน คือ “Practical, Youthful & Exquisite” โดย บริษัท ออกแบบ พาย วางโพลิชันนิงของตัวเองให้เปรียบเสมือนเพื่อนคู่คิด เพื่อนสนิทที่รู้ใจ หรือพันธมิตรทางธุรกิจ ที่สามารถช่วยลูกค้าแก้ปัญหาเรื่อง Space Function และ Design ซึ่งหลังจากเปิดตัวได้เพียง 6 เดือน “pye” ได้รับการตอบรับดีเกินความคาดหมายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย อาทิ Facebook และอื่นๆ นอกจากนี้ ภายใต้กลุ่มบริษัท จาร์เค็น ประกอบด้วย บริษัท จาร์เค็น บริษัท เจ.เค. บิวเดอร์ส บริษัทออกแบบพาย และล่าสุดวางแผนให้ ไทเกอร์ลิลลี่ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ดูแลการสร้างแบรนด์

“หากมองโดยวิธีคิดและการทำงานทั้ง “Pye” และ “TigerLilly” แล้วมองว่าเราก้าวเดินไปได้ค่อนข้างเร็วเพราะทั้งสองบริษัทเกิดมาจากการสร้างโอกาสทางธุรกิจจากสิ่งที่ถนัดและทำได้ดีอยู่แล้วในเชิงธุรกิจที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ ในขณะที่ “JK Builders” เป็นเสมือนกองกำลังที่ช่วยให้งานดีไซน์นั้นจับต้องได้จริงในแง่ของงานตกแต่งและก่อสร้าง” สิริทร กล่าว

ขณะเดียวกันเพื่อตอบโจทย์ความเป็นผู้นำทางด้านโซลูชั่นในทุกมุมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ล่าสุดกลุ่มบริษัท จาร็เค็น ได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรธุรกิจกับบริษัท โซลิด ดีเวลลอปเม้นท์ ดำเนินการพัฒนาโครงการบ้านพักอาศัยระดับลักช์ชัวรี่ ในย่านแจ้งวัฒนะ ที่มีเพียง 11 หลังเท่านั้น และ สามารถตกแต่งสไตล์ที่ลูกค้าต้องการ

สำหรับการเติบโตในการขยายโอกาสทางธุรกิจนั้น จะไม่จำกัดเฉพาะในประเทศไทย แต่ยังมองโอกาสถึงประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย โดยล่าสุดได้เริ่มให้บริการลูกค้ากลุ่มประเทศเพื่อนบ้านมาสักระยะหนึ่งแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมกับฐานลูกค้าที่หลากหลายขึ้น ก่อนมีการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 ซึ่งขณะนี้มีกลุ่มลูกค้าในพม่าหลายรายสนใจในผลงานและการบริการของกลุ่มบริษัทจาร์เค็น

ธุรกิจงานออกแบบตกแต่งโตกระฉูด

‘จาร์เค็น’ โหมรุกตลาดเพื่อนบ้าน รองรับการเปิดประชาคมอาเซียน นายกุลเดช สินธวณรงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จาร์เค็น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจออกแบบตกแต่ง เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจ ออกแบบตกแต่ง ว่าหลังผ่านเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 ที่ผ่านมาปรากฎว่าธุรกิจออกแบบตกแต่งมีอัตราการเติบโตโดยรวมอย่างต่อเนื่องประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาทต่อปี เพราะลูกค้าเริ่มให้ความสำคัญกับงานดีไซน์มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ธุรกิจดังกล่าวถือเป็นอาชีพที่อิสระ จึงไม่มีการแบ่งแยกประเภทที่ชัดเจน และในส่วนของบริษัทก็มีอัตราการเติบโตประมาณ 10-15% ต่อปี

สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทในปี 2556 ได้รุกธุรกิจรับออกแบบตกแต่งให้ลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น จากเดิมที่เคยมีประสบการณ์การออกแบบให้ลูกค้าในกลุ่มประเทศยุโรปมาแล้ว เพื่อรองรับการเปิดตัวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 จากปัจจุบันที่มีลูกค้าต่างประเทศในกลุ่มนี้ 3 ราย คือ จากพม่า ลาว และเวียดนาม ซึ่งล้วนเป็นนักธุรกิจของประเทศนั้นๆ โดยเฉพาะพม่า เป็นนักธุรกิจหยก ได้ให้บริษัทเข้าไปออกแบบตกแต่งที่อยู่อาศัยทั้งภายนอกและภายใน มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท

โดยที่อยู่อาศัยหรืออาคารสำนักงานที่จาร์เค็นออกแบบ จะใช้ระยะเวลาในการออกแบบประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับพื้นที่ใช้สอยของตัวอาคารหรือที่อยู่อาศัย นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ในระหว่างการศึกษาพฤติกรรมชาวต่างชาติในด้านความต้องการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งสัดส่วนการดำเนินงานบริษัท จะเป็นงานออกแบบตกแต่งในประเทศ 90% และงานต่างประเทศ 10%

ในขณะเดียวกันหากเป็นงานออกแบบโดยบริษัท ออกแบบ พาย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของจาร์เค็น ที่ตั้งขึ้นมาเมื่อต้นปี 2556 ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับกลางถึงบน โดยที่อยู่อาศัยหรืออาคารสำนักงานที่ ออกแบบโดยบริษัทดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาในการออกแบบเพียง 1-3 เดือนเท่านั้น แล้วแต่ขนาดพื้นที่ ลูกค้าจะมีทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ

นอกจากนี้บริษัทยังได้ร่วมทุนกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายย่อย 3 ราย ในการเข้าไปบริหารโครงการที่อยู่อาศัยจำนวน 3 โครงการ คือ โครงการบ้านเดี่ยวในย่านแจ้งวัฒนะ ราคาเริ่มต้นประมาณ 40-50 ล้านบาทต่อยูนิต, อาคารพาณิชย์ ย่านดอนเมือง ราคาเริ่มต้นประมาณ 10 ล้านบาทขึ้นไป และบ้านเดี่ยว ที่อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ราคาเริ่มที่ประมาณ 2-3 ล้านบาท โดยขณะนี้บริษัทอยู่ในระหว่างการออกแบบโครงการ จึงยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้

“ในอนาคตบริษัทจะร่วมทุนกับผู้ประกอบการรายอื่นอีกหรือไม่ คงขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส เพราะปัจจุบันผู้บริโภคมีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป โดยรายได้ปัจจุบันของบริษัทจะมาจากการออกแบบตกแต่ง ในสัดส่วน 90% และเป็นที่ปรึกษาโครงการสัดส่วน 10%”นายกุลเดช กล่าว

‘จาร์เค็น’ จี้นักออกแบบไทย เร่งปรับตัวรับแผนบุกเออีซี


จาร์เค็นรุก AEC คว้างาน "พม่า" มูลค่า 200 ล้าน

นายกุลเดช สินธวณรงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จาร์เค็น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจออกแบบตกแต่งภายใน เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจออกแบบตกแต่งมีอัตราเติบโตต่อเนื่อง ภายหลังผ่านเหตุการณ์อุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 โดยมีมูลค่าการตลาดรวมประมาณปีละ 2,000-3,000 ล้านบาท เป็นเพราะลูกค้าเริ่มให้ความสำคัญกับงานดีไซน์มากขึ้น

สำหรับแผนการดำเนินงาน บริษัทจะรุกธุรกิจรับออกแบบตกแต่งให้ลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น จากที่เคยมีประสบการณ์ในยุโรปมาแล้ว เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ปี 2558 ปัจจุบันมี 3 ราย คือ พม่า ลาว และเวียดนาม โดยเฉพาะพม่า นักธุรกิจหยกได้ให้บริษัทเข้าไปออกแบบตกแต่งที่อยู่อาศัยทั้งภายนอก ภายใน ที่เมืองย่างกุ้ง มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท โดยจะใช้ระยะเวลาในการออกแบบประมาณ 3-6 เดือน

นอกจากนี้ บริษัทได้ขยายธุรกิจในส่วนของงานออกแบบโดยจะใช้ชื่อบริษัท ออกแบบ พาย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อต้นปี 2556 ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับกลางถึงบน

จาร์เค็น จับมือ โซลิด ดีเวลลอปเม้นท์ ลุยธุรกิจอสังหาฯ ปั้นโครงการ ไพรเวท เรสซิเด้นท์ ย่านแจ้งวัฒนะ

นางสาวสิริทร สิทธิวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัท จาร์เค็น จำกัด (JARKEN) หนึ่งในผู้นำด้านการออกแบบ และมีประสบการณ์ด้านที่อยู่อาศัยมากว่า 10 ปี ที่ได้รับความไว้ใจให้ดูแลโครงการอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง เปิดเผยว่า ขณะนี้ จาร์เค็นฯ ได้ร่วมกับ โซลิด ดีเวลลอปเม้นท์ (Solid Development) ดำเนินการพัฒนาโครงการระดับลักชัวรี่ ที่มีเพียง 11 หลังเท่านั้น ในย่านแจ้งวัฒนะ เพื่อขยายไลน์กลุ่มงานออกแบบ และงานบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์

เรียกได้ว่าการหันมาจับธุรกิจใหม่ในครั้งนี้ของจาร์เค็น น่าจะสร้างความแปลกใหม่และความแตกต่างให้กับวงการออกแบบและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสะท้อนความเป็นตัวตนของกลุ่มบริษัท จาร์เค็นฯ ได้เป็นอย่างดี

นัดหมายล่วงหน้าหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Email: property@jarken.net

JARKEN ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการออกแบบ เปิดตัว “PYE” บริษัทรับออกแบบรองรับตลาด Segment ระดับกลาง-บน ให้บริการทั้ง กทม. และต่างจังหวัดgrowth

บริษัท จาร์เค็นฯ บริษัทสถาปนิกระดับรางวัลนานาชาติชื่อดังของเมืองไทย
ผู้ออกแบบงานสถาปัตยกรรมอาคาร โรงแรม ที่พักอาศัย สำนักงาน และงานตกแต่งภายในได้เปิดตัวบริษัท ออกแบบ “PYE” (PYE Design Co,. Ltd.) สำหรับเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม เพื่อรองรับ Segment ระดับกลาง-บน ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ที่ต้องการบ้าน และคอนโดที่มีดีไซน์ สไตล์เป็นของตัวเอง มีอิสระในการคิดและกำหนดงบประมาณการสร้าง – ตกแต่งบ้านได้

คุณสิริทร สิทธิวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดกล่าว “จากที่บริษัท JARKEN ได้รับความไว้ใจให้ดูแลโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่และกลุ่มลูกค้าระดับบนของประเทศ รวมทั้งบริษัทฯ ยังได้รับรางวัลระดับโลกเกี่ยวกับการออกแบบมาตลอดทุกปีนั้น ปัจจุบันลูกค้าเราได้ขยายออกไปมากบวกกับเสียงเรียกร้องจากกลุ่มลูกค้า Mass Affluent มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่ตามใคร อยากได้ที่อยู่อาศัยที่สะท้อนความเป็นตัวเอง ดังนั้นจึงทำให้ทางบริษัทฯ เราเปิดตัว “PYE” (พาย) บริษัทรับออกแบบภายใต้แนวคิด “Practical, Youthful & Exquisite” ที่ลูกค้าสามารถบ่งบอกความเป็นตัวเอง มีบุคลิกภาพที่มั่นใจและความสดใสของผู้อยู่อาศัย โดย “PYE” มีมุมมองในการคิดและวิธีการดำเนินธุรกิจซึ่งทำเรื่องที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องง่าย เริ่มตั้งแต่ลูกค้าที่มีคอนโดหรือที่ดินต้องการสร้างบ้าน สามารถเลือกแบบบ้านและงานออกแบบตกแต่งภายในตามความชอบ พร้อมฟังก์ชั่นและสไตล์ในงบประมาณที่ลูกค้าสามารถกำหนดเอง อีกทั้ง “PYE” ยังช่วยลดขั้นตอนบางขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกเพื่อทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายและได้รับงานที่รวดเร็วขึ้น แต่ยังคงอยู่ภายใต้การจัดระเบียบการทำงานด้วยขั้นตอนอย่างเป็นระบบ พร้อมทีมงานที่มีความชำนาญในการออกแบบอย่างมืออาชีพ เปรียบเสมือนเพื่อนรู้ใจที่ช่วยแก้ปัญหาวิถีชีวิตของลูกค้าทั้งในเรื่อง Space, Function และ Design ไม่ทำให้รู้สึกว่าการคุยกับสถาปนิกนั้นเป็นเรื่องเข้าใจยากอีกต่อไป และสิ่งสำคัญที่ “PYE” มีให้มากกว่าคือ ความมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับงานที่ดีที่สุด ตรงตามเวลาและงบประมาณที่กำหนด

ซึ่งขณะนี้ทาง “PYE” ได้เริ่มเปิดตัว (Soft Launch) ไปแล้วผ่านช่องทาง Facebook โดยใช้ชื่อว่า www.facebook.com/pyedesign.net ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากจาก fanpage กว่า 20,000 ราย ซึ่งถือว่าเกินความคาดหมายจากกลุ่มลูกค้าและคาดว่าจำนวน fanpage จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

Design by lifestyle



‘MINE’ luxury homes to drive JARKEN revenue growth

JARKEN has launched a series of upscale homes called “MINE” in a move that is expected to drive its revenue up 11 per cent to Bt 300 million this year Kuldej Sinthawanarong, managing director of the local architectural and construction firm, said yesterday that the new series would target customers who want to build a residence fit for a unique lifestyle by offering a price of Bt 35,000 per square meter, or at least Bt 60 million per unit.

Although the economy faced a hard period, demand for luxury homes has continued to grow, so the company introduced a product to serve this market. More than 75 per cent of its business is walk-in clients who appreciate its residential designs, while 25per cents is from hospitality firms. Half of its clients are foreigners who want a home in Thailand The company also designs residences for overseas clients in places like Malaysia , Egypt, Hong Kong, Finland and Bahrain, Kuldej added.

สถาปนิกครบวงจร “จาร์เค็น” แชร์ตลาดออกแบบสร้างบ้านเศรษฐี

แม้จะเป็นบริษัทสถาปนิกหน้าใหม่ แต่การเปิดตัวบริษัทพร้อมแบบบ้านรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการครั้งแรกของ “จาร์เค็น”(JARKEN) บริษัทสถาปนิก รุ่นใหม่ชื่อฝรั่งแต่สัญชาติไทย 100% ภายใน โรงแรม VIE ย่านราชเทวี เมื่อเร็วๆนี้ดูน่าสนใจได้ไม่น้อย

โดยเฉพาะ พรีเซนเดชั่นเปิดตัวแบบบ้านรุ่นใหม่ “MINE Serie” แบบ 4D(ภาพเคลื่อนไหว) ทั้ง3แบบ พื้นที่ใช้สอย 2,000-3,000 ตารางเมตร ที่ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในวันนั้น เพราะแต่ละแบบค่าก่อสร้างและค่าออกแบบ สูงถึง 50-100ล้านบาท จัดอยู่ใน เซกเมนต์ซุปเปอร์ไฮเอนต์

กล่าวถึง ”จาร์เค็น” ถือเป็นบริษัทรับออกแบบตกแต่ง และก่อสร้างบ้านแบบครบวงจร ราคาเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 15ล้านบาท เพราะเน้นจับตลาดไฮเอนต์เป็นหลัก ลูกค้าผ่านมาส่วนใหญ่ ล้วนแต่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

ส่วนMINE Serie ถือเป็นแบบบ้านมาตรฐานพร้อมตกแต่งที่ ”กุลเดช สินธวณรงค์” วิศวกรหนุ่ม วัย 36ปี ดีกรีด๊อกเตอร์ในฐานะเอ็มดี ได้ร่วมกับทีมงานออกแบบมาเพื่อจับลูกค้าเศรษฐีโดยเฉพาะ บ้านแต่ละแบบให้อารมณ์ และความรู้สึกคล้ายกับการพักอาศัยในรีสอร์ท ที่มีรูปทรง และสไตล์ที่แตกต่างจากบ้านโดยทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

บ้านทั้ง 3 แบบใน MINE Serie ประกอบด้วยแบบบ้าน ”Extravaganza” ขนาด 3 ชั้น จุดเด่นคือ เมื่อเปิดประตูเข้ามาด้านในจะพบกับโถงวงรีขนาดใหญ่ และช่องแสงแดดส่องลงมาจากด้านบน ให้ความรู้สึกคล้ายกับอยู่ในแกลลอรี่ศิลปะขนาดใหญ่ ส่วนงานสถาปัตย์ภายนอกออกแบบอาคารให้มีเสาเป็นแนวยาวและสวนแบบขั้นบันได ที่สำคัญบ้านหลังนี้มีลิฟท์ด้วย

ถัดมาคือ ”Quintessence” ขนาด2ชั้น เป็นบ้านที่ออกแบบให้มีเรือนบริวารล้อมรอบ และดีไซน์ทางเดินเข้าสู่ตัวบ้านให้ต้องเดินผ่านสระน้ำ ส่วนงานสถาปัตย์ภายนอกออกแบบเป็นระแนงไม้ขนาดใหญ่ความสูงตั้งแต่เพดานจดพื้น เกิดเป็นแนวผนังเส้นตรงรอบ อาคาร และ “Temptation” ซึ่งหมายถึง “ยั่วยวน ” แบบบ้านหลังนี้จึงมีดีไซน์โมเดิร์นคล้ายบูติครีสอร์ท จุดเด่นคือบันไดวน(สีดำ) บริเวณกลางห้องนั่งเล่น ที่สถาปนิกต้องการให้เกิดความรู้สึกสะดุดตาผสมผสานกับผนังกระจกทรงสูง จาร์เค็นตั้งเป้าว่า ที่สุดแล้วแบบบ้านทั้ง 3 แบบ จะมีส่วนช่ายผลักดันยอดขายบริษัทในปีนี้ 300 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 10% ถือเป็นบริษัทสถาปนิกรุ่นใหม่ไฟแรงที่น่าจับตามอง

JARKEN Thriving on Individuality

While some films might find designing individual homes fussy and time-consuming and therefore opt for other project option of modern styles, JARKEN n always aims for elegant simplicity in its designs with a bit of seasoning inspired by the homeowners’ characters. A staircase designed to represent a dragon capturing the heart of the Chinese resident , or a home for party lovers with spacious terrace and living and dining rooms , are among examples of its works.

Managing director Kuldej Sinthawanarong says home designing is all about putting one’s mind into every detail. “You have to work with y our client a few months in the design tasks , leaning about them to deliver a home that best answers their needs and lifestyles , ”Dr.Kuldej said .Starting with four partners with different expertly, JARKEN Group of Companies has gradually built recognition in the past decade as an integrated design company , offering architectural and interior design as well as construction service. Its portfolio mainly focuses on hospitality and residential projects. Retail clients make up 80% of its revenue and the rest are project clients. Its design for a residential unit recently won second prize among more than 300 finalists in the Asia Pacific interior Design Awards for Elite held by the Asia Pacific Federation of Architects/ Interior Designers.

Designing standard model homes for potential buyers , however , could be a challenge . “To differentiate ourselves, we have to be the trend – and lifestyle-setter capable of reading and understanding buyers’ minds and offer them what we know they would want”, said the 36-year-old executive.“for some companies, modern styles might mean minimalism and they will stick their designs to that. But being modem-driven for us means keeping pace with changing design trends. ”The company look to update architectural and interior design trends every year by taking its design team to visit international events such as Milan Furniture Fair this year. With only a handful of other players of the same quality in the market, Dr.Kudej said an advantage of being a one-stop-service design firm that also delivers construction service is that the homeowner has to deal with only one architect from the beginning and can rest assured that everything will go as planned.

As JARKEN ‘s target clients are wealthy, Dr.Kuldej said the architecture should basically allow its designs to tell the stories of their past achievements. Full architectural design and construction packages con cost between 50 million and 70 million baht, Interior design service alone costs from 5 million baht or about 5-15% of the project value. JARKEN has developed and designed more than 30 luxury residential projects worth more than 300 million baht for both local and overseas clients, Its projects include the 1.2-billion-baht luxury villas The Verve in Trang and low-rise condominiums worth 50 million baht and owned by Singaporean investors.

The Bangkok-based company has also expanded its reach to Europe, the Middle East and Southeast Asia Among its overseas portfolio is the residence of a dato in Malaysia. Many of its customers are repeat customers looking for their second or third homes. Asked which project the company felt most proud of, Dr.kuldej replied without hesitation. ”Every one of them is our pride, as we put our utmost efforts into every project we work in. ”Although the company has not felt much pain from the recession as its clients use their own cash, tended to delay their decisions.

“Demand is there , but what is lacking now is confidence among buyers.”

JARKEN expects improving sentiment and its recent aggressive marketing campaigns would help push growth by at least 50% next year from about 250-300 million baht expected this year.

มินิมัล ลุค เทรนด์โลกจากมิลาน แฟร์

“มิลาน” ไม่ได้มีแค่สินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์เท่านั้น Prada, Gucci หรือ Versace อาจเป็น “แม่เหล็ก” ดึงดูดแฟชั่น นิสต้า แต่สำหรับอินทีเรียร์ ดีไซน์เนอร์ รวมทั้งผู้ที่มองหาเฟอร์นิเจอร์คุณภ่พเนี้ยบ ดีไซน์โดดเด่นจุดมุ่งหมายของพวกเขาต่อมิลาน คือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์อย่าง B&B Italia, Minotti, Poliform หรือ Boffi ติดตามกระบวนการ หลักคิด ที่ทำให้แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ จากมิลานกลายเป็น ” ผู้ทรงอิทธิพล” กำหนดเทรนด์ดีไซน์โลก และเป็นแบรนด์ไฮเอนด์ที่ระบือไกล Salone Internazionale del Mobile (Milan Furniture Fair 2009) หรือมิลานเฟอร์นิเจอร์แฟร์ เป็นงานที่ได้รับความสนใจสูงสุดในบรรดางานแฟร์เฟอร์นิเจอร์ของโลก จำนวนแบรนด์อิตาลีที่มาออกงานทั้งหมด 1,080 แบรนด์ และต่างประเทศอีก 290 แบรนด์ ต้องใช้พื้นที่ระมาณ 149,871 ตารางเมตรในศูนย์ประชุม Fiera Milano Nuovo Polo เพื่อแสดงสินค้า เรียกว่า ถ้าจะชมให้ทั่วงาน ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์

ขณะที่ผู้คนต่างหลั่งไหลเข้ามาวันละไม่ต่ำกว่าหมื่นคน โดยปีนี้ยอดผู้เข้าชมตลอดทั้ง 7 วัน มีราว 27,800 คน เป็นผู้เข้าชมจากต่างประเทศ 153,456 คน จาก 152 ประเทศทั่วโลก ขณะที่คนอิตาลีเอง ก็ให้ความสนใจไม่แพ้กันด้วยจำนวน 124,554 ไม่นับรวมผู้สื่อข่าวจาก 5 ทวีปทั่วโลกอีก 5,385 คน ดีไซน์เนอร์มาเพื่อหาแรงบันดาลใจ แลกเปลี่ยนไอเดียตามก้าวหน้าโลกการออกแบบ เหล่าเทรดเดอร์ต่างมุ่งตรงมา เพื่อคอลเลคชั่นใหม่ ผู้สื่อข่าวต่างพากันรายงาน เพื่อสรุปเทรนด์ของแต่ละแบรนด์ดัง แบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากมิลานได้เข้าครองพื้นที่ในใจของกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูงทั่วโลก ด้วยคุณสมบัติที่ตอบสนองทั้งในแง่ดีไซน์ คุณภาพ และการใช้งาน แม้แต่ในเมืองไทย ขณะนี้แบรนด์ เฟอร์นิเจอร์ชั้นนำ สิ้นค้าประเภทโคมไฟ และสินค้าตกแต่งบ้านชิ้นเล็ก ชิ้นน้อยจากอิตาลีได้พาเหรดเข้ามาไม่ต่ำกว่า 250 แบรนด์ BizWeek พาตะลุยงานมิลาน เฟอร์นิเจอร์ แฟร์ พร้อมอัพเดทเทรนด์เฟอร์นิเจอร์ตรงจากอิตาลี

Less is More หรือ Minimal Look สัญลักษณ์ของเฟอร์นิเจอร์อิตาลียุคใหม่ ที่เน้นความเรียบง่าย รูปลักษณ์ดูน้อย แต่มากด้วยฟังก์ชั่นการใช้งาน ได้เข้ามาทดแทนความคลาสสิกแบบฟุ่มเฟือยและกลายเป็นคำจำกัดความใหม่ของเฟอร์นิเจอร์จากอิตาลี มินิมัลลุคซึ่งก่อตัวในวงการเฟอร์นิเจอร์อิตาลีได้กลายเป็นกระแสหลักของเฟอร์นิเจอร์มีดีไซน์ทั่วโลกมา 2-3ปีแล้ว และยืนหยัดความแรงต่อเนื่องถึงปีนี้ ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทจาร์เค็นบริษัทออกแบบก่อสร้างและตกแต่งภายในบ้านหรู ที่มีความเชี่ยวชาญในการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น คอนเท็มโพรารี่ บอกว่าเทรนด์ของเฟอร์นิเจอร์ของมิลานแฟร์ ในช่วง 2-3ปีผ่านมา ออกมาในลักษณะของโมเดิร์น เน้นความเรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยประโยชน์แห่งการใช้งาน ซึ่งทั้งสไตล์โมเดิร์น คอนเทมโพรารี่ และมินิมัล ลุคได้รับอิทธิพลจากการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย “เทรนด์การออกแบบนี้ยังคงเป็นกระแสหลัก เห็นได้จากงานต่างๆของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์อิตาลีขณะที่ความหรูหราแบบโรมันหรือที่เรียกว่าเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ในอดีตค่อยๆ ลดบทบาทออกไปกลายเป็นตลาดขนาดเล็กเท่านั้น” อาการติดใจของผู้ซื้อเฟอร์นิเจอร์ทั่วโลกที่มีต่อมินิมัลลุคทำให้แบรนด์อย่าง Minotti, B&B Italia และPoliform ได้รับความสนใจอย่างหนาตา ทั้งในบริเวณงานแฟร์ และช็อปที่ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมืองของมิลาน มีผู้เยี่ยมชมและผู้ซื้อเดินกันขวักไขว่ แน่นขนัด เหตุที่งานดีไซน์ประเภทโมเดิร์น คอนเทมโพรารีได้รับความนิยมและกลายเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่มีความต้องการจากทั่วโลกอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆว่า เพราะเป็นแบรนด์ที่เอาใจตลาด และผู้ซื้อมากกว่า แบรนด์อื่นๆ ในอิตาลี โดยทั่วไปแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ในอิตาลีถูกแบ่งออกเป็น 3หมวดด้วยกัน ได้แก่ อาร์ทเฮ้าส์ (Art House) ดีไซน์เฮ้าส์ (Design House) และ แฟชั่นเฮ้าส์ (Fashion House )

“อาร์ทเฮ้าส์” หรือเรียกอีกแบบหนึ่งว่า คลาสสิกเฮ้าส์ เป็นแบรนด์ที่ยืดมั่นแนวคิดแบบดั้งเดิมในการทำเฟอร์นิเจอร์ แต่ก่อนเคยทำอย่างไรใช้เทคนิคแบบไหน ปัจจุบันก็ยังคงทำแบบนั้น ชิ้นงานที่ผลิดยังคงความดั้งเดิมของอิตาลี เช่น ใช้สลักเป็นตัวยึดแทนตะปู หรือ ใช้วัสดุที่มีอยู่เดิม อย่างเช่น ไม้ หรือหิน แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคและสมัยนิยม แต่ “กลิ่น” รากเหง้าของแบรนด์ยังคงอยู่

ในกลุ่มอาร์ทเฮ้าส์ งานบางชิ้นที่เห็นอาจดูแปลกตาและไม่ได้เข้ากับเทรนด์เพราะแบรนด์ส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ไม่ใช่แบรนด์ที่เอาใจตลาดดีไซน์เนอร์จะมีอิทธิพลสูงกว่าผู้ซื้อ สามารถกำหนดทิศทางของตลาดได้ ซึ่งแตกต่างจากที่อื่นทั่วโลกที่ตลาดส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือของผู้บริโภคโดยมีไลฟ์สไตล์ และรูปแบบการใช้งาน เป็นตัวควบคุมทิศทางของผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน

“อาร์ทเฮ้าส์ดีไซน์ตามแนวทางชิ้นงานในอดีต ยึดการผลิตก่อนการออกแบบค่อยตามมา พวกนี้จะใช้คนทำ ไม่ใช่เครื่องจักร อย่าง เช่น แบรนด์ Poltrana Frau ซึ่งแตกต่างจากเฮ้าส์อื่นๆ” กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท จาร์เค็น อธิบาย แต่ถึงแม้จะทำตามใจดีไซน์เนอร์เป็นหลัก เทรนด์โดยรวมของอาร์ทเฮ้าส์ในช่วงหลังนี้ก็มีกลิ่นอายของความร่วมสมัยเข้ามาผสมในชิ้นงานอยู่มากตัวอย่างเช่น Cassina แบรนด์เฟอร์นิเจอร์อิตาลีที่มีอายุยาวนานมากกว่า 200 ปี แต่ยังคงความเป็น Conservationist ที่ชิ้นงานแสดงให้เห็นถึงช่างฝีมืองานใช้แบบอิตาลีแท้ แม้คอลเลคชั่นล่าสุดที่ออกมาจะปรับดีไซน์ ตามสมัยนิยมบ้างก็ตาม หรือ Poltrana Frau งานเครื่องหนังและทองเหลืองแบบแฮนด์ที่พัฒนาตัวเองมาจากงานออกแบบอื่น ที่เกี่ยวกับแฟชั่นมากกว่างานสถาปัตยกรรมโดยตรง โดยเฉพาะแบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องประดับทั้งหลาย แฟชั่นเฮ้าส์เน้นการทำงานออกแบบที่อิงแนวทางของแฟชั่นหลักของแบรนด์ที่มีอยู่มาก่อนและปรับใช้ให้เช้ากับงานเฟอร์นิเจอร์ โดยยังคงความเป็นแกนของแบรนด์แฟชั่นไว้เช่นเดิม ในกลุ่มนี้ Giorgio Armani ดูเหมือนจะมาโกลกว่าแบรนด์อื่น โดยมี Arrnani Casa ที่ยึดครองอาคารหลายคูหาใจกลางเมืองมิลานเป็นโชว์รูมขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ยังมี Fendi ที่ในปีนี้ไม่ได้มีแค่โซฟา เก้าอี้ เตียงนอน หรือโต๊ะกินข้าวเท่านั้น แต่หันไปพัฒนาครัวที่ว่ากันว่าต้องมีเงินมากกว่า 7 หลักถึงจะนำสัญลักษณ์ตัว F นี้เข้ามาไว้ในบ้านได้

รวมถึง Kenzo ที่ไม่เคยเปิดเผยคอลเลคชั่นเฟอร์นิเจอร์ที่ไหนมาก่อน ก็ขอมาร่วมแชร์พื้นที่กับFendiนำเสนองาน หรือแม้กระทั่งดีเซล ที่ร่วมมือกับ Moroso แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่มีแนวทางการดีไซน์แบบ “คิดนอกกรอบ” ด้วยการนำผ้ายีนส์ของดีเซลมาผลิตชุดโซฟา และเก้าอี้ เพื่อเอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้า งานของแฟชั่นเฮ้าส์ ดูมี “สีสัน”และ”ฉูดฉาด” มากกว่าตามคาแรคเตอร์ของแต่ละแบรนด์แต่รูปลักษณ์ภายนอกก็ยังลดทอนรายละเอียดที่มากเกินความจำเป็นออกไป เพื่อให้อึงเข้ากับเทรนด์โมเดิร์นคอนเทมโพรารี่ ส่วน “ดีไซน์เฮ้าส์” ก็ไม่ต่างจากอาร์ทเฮ้าส์มากเท่าไรเพราะแบรนด์ที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้มีการปรับตัวอย่างสม่ำเสมอ และพัฒนาวัสดุ รวมทั้งเทคนิคใหม่ๆตลอดเวลา B&B Italia คือ ตัวอย่างที่บ่งบอกถึงการปรับตัวได้อย่างชัดเจนโดยในปีนี้คอลเลชั่นของ B&B Italia ในมิลานแฟร์ ได้ละทิ้งแนวทางเฟอร์นิเจอร์อิตาลีไปพอสมควร แล้วหันไปอิงกระแสเอเชียซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และกำลังซื้อสูงในปัจจุบัน ด้วยการนำวัสดุที่พบมากในงานเฟอร์นิเจอร์ของเอเชีย อย่างเช่น หวาย มาผลิต แต่ถึงแม้จะแบ่งเป็นเฮ้าส์ต่างๆ เฟอร์นิเจอร์แบรนด์จากมิลานมีจุดร่วมที่เหมือนกันอย่างหนึ่งในลักษณะการทำงาน คือ การให้อิสระ ต่อดีไซน์เนอร์ในการทำงานสูง ซึ่งถือเป็นลักษณะเด่นของวงการเฟอร์นิเจอร์อิตาลี “จุดแตกต่างของงานดีไซน์อิตาลีเมื่อเทียบกับที่อื่น คือ ที่นี่บริหารงานดีไซน์โดยศิลปิน เมื่อศิลปินบริหารศิลปินก็แตกลูกหลานออกเป็นศิลปินมากมาย วงการเฟอร์นิเจอร์ที่อื่นส่วนใหญ่ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อเป็นหลัก ขณะเดียวกับผู้คนที่นี่ถูกแวดล้อมโดยบรรยากาศ สิ่งแวดล้อมที่มีศิลปะตั้งแต่เกิด ทำให้คนอิตาลีซึมซับงานดีไซน์ตลอดเวลา” ผู้บริหารกลุ่มบริษัทจาร์เค็น กล่าว รูปแบบการบริหารงานวงการเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ของอิตาลีจะเป็นรูปแบบ “สตูดิโอ” นั่นคือดีไซน์เนอร์จะทำงานโดยอิสระให้กับสตูดิโอต่างๆ ซึ่งแต่ละสตูดิโอจะมีดีไซน์เนอร์หลายคน หลากความคิด หลายวิธีการ ดีไซน์เนอร์เหล่านั้นจะทำงานด้านออกแบบในทิศทางที่ถนัดและชัดเจนเป็นตัวของตัวเอง คอยป้อนงานออกแบบพร้อมกับงานผลิดให้ ส่วนสตูดิโอจะคอยกำหนด กรอบแนวคิดกว้างๆ จาก โจทย์ของ “แบรนด์” ที่วงไว้ให้อีกที และแบรนด์เฟอร์นิเจอร์จะเป็นแค่สถานที่รวบรวมเฟอร์นิเจอร์จากสตูดิโอต่างๆไว้ด้วยกันเท่านั้น ผู้บริหารกลุ่มบริษัทจาร์เค็นยังขยายความเพิ่มเติมว่า แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่อิตาลี ผู้จัดจำหน่ายจะเป็นคล้ายๆ ค่ายเพลงแบบเบเกอรี่ มิวสิค เมื่อศิลปินบริหารศิลปิน ก็จะมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ปล่อยให้แต่ละคนสร้างสรรค์งานของตัวเองออกมา ซึ่งแตกต่างจากค่ายเพลงแบบแกรมมี่ หรืออาร์เอส ที่ทางค่ายคุมโปรดักชั่น เฮ้าส์ และโปรดักชั่น เฮ้าส์ คุมศิลปินอีกทอดหนึ่ง

“ที่นี่บางครั้งแบรนด์ไม่สำคัญเท่าดีไซน์เนอร์ ดีไซน์เนอร์จะทำงานอิสระให้กับดีไซน์สตูดิโอต่างๆ และเฮ้าส์ต่างๆ จะเป็นคนเลือกชิ้นงานจากดีไซน์สตูดิโอ หรือบางกรณีอาจร่วมกันออกแบบ แล้วค่อยนำมาจำหน่ายสตูดิโอ หรือบางกรณีอาจร่วมกันออกแบบ แล้วค่อยนำมาจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของเฮ้าส์นั้นๆ การทำงานในลักษณะนี้อธิบายได้อีกอย่างว่า คนไม่ได้ซื้อที่แบรนด์เป็นสำคัญ แต่สำหรับผู้ที่รู้ลึก รู้จริง จะมองที่ดีไซน์เนอร์ว่า ใครเป็นคนออกแบบชิ้นงานนั้นๆมากกว่า” ดร.กุลเดชกล่าว นี่เองที่ทำให้งานเฟอร์นิเจอร์ของอิตาลีกลายเป็นชิ้นงานที่มีคุณค่าเป็น “มากกว่า” เฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านเพียงหนึ่งชิ้นเท่านั้น

JARKEN focuses on high-end architecture

JARKEN is aiming squarely at the high-end architectural market, introducing its business model for design and delivery, after landing the job to design a 39villa super luxury project in Phuket worth Bt1.2billion, which is owned by a group of Scandinavian developers.

“At JARKEN group of companies , we create outstanding environments rooted in our unique design process and inimitable business model,” managing director Kuldej Sinthawanarong said yesterday. This year JARKEN, a Bangkok based architecture and interior design firm specializing in modern driven design, has been involved in more than 30 high-end residential projects worth more than Bt300 million for both local and overseas clients.

Working in collaboration with architects, developers, contractors and clients, JARKEN creates exceptional residential environments ranging from private residences to edgy commercial projects, Modern scene is the core principle that drives JARKEN to achieve a balance among art , architecture , fashion and lifestyle.

The company has designed and been involved in some of the most unique private residences, resort hotels, apartments and condominiums during the last 10 years . To strength its network of allies , JARKEN has recently entered into a joint venture with Schneider Electric, an electrical and information technology group, for a data center. The projects will feature a state of the art IT facility with modern buildings for public and government offices throughout Thailand.

ปรัชญาบ้านจาร์เค็น อภิมหา ‘กากบาท’

“กากบาท” เกิดจากการตัดกันเส้นตรงแนวตั้ง และแนวนอน แนวเส้นที่พลิกจากความธรรมดามาเป็นปรัชญาการออกแบบ เรียบง่ายแต่ดูหรูหราของ “จาร์เค็น” (JARKEN) บ้านหรูหลังที่ 3 ราคา สตาร์ท 25 ล้านบาท มีไว้สำหรับอภิมหาลูกค้าเท่านั้นจับจอง เทรนด์การออกแบบงานสถาปัตยกรรม อาคาร บ้านเรือน หมุนช้ากว่าแวดวงแฟชั่นประมาณ1-2 ปี โดยเฉพาะการออกแบบบ้านระดับไฮเอนด์ที่อดีตเทรนด์การออกแบบบ้านไฮเอนด์สไตล์โมเดิร์นเกาะติดอยู่กับอารมณ์แข็งๆ สไตล์กล่องสี่เหลี่ยม สวนทางกับปัจจุบันเทรนด์พลิกผันเป็นสไตล์โมเดิร์นแนววินเทจ ขณะที่ในอีก 1-2 ปีข้งหน้า บ้านโมเดิร์นยังคงยึดแนวแบบกล่องแต่ให้อารมณ์ของความเป็นเอเชีย หรือ Oriental เข้าไปผสมมากขึ้น เพื่อให้บ้านดูอบอุ่นและเข้ากับวิถีการอยู่อาศัยของคนเอเชีย

ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท จาร์เค็นฯ (JARKEN) บริษัทออกแบบ ก่อสร้างและตกแต่งภายใน บอกว่าอารมณ์ของความเป็นเอเชียที่เข้าไปผสมในบ้านโมเดิร์นจะสื่อผ่านวัสดุประเภทไม้และหิน โดยในอดีตหากเป็นสไตล์เอเชี่ยนการออกแบบจะสุดโต่งไปเลย เช่น เลือกใช้ไม้ที่มีตาไม่เยอะๆ หากแต่เป็นเทรนด์ในอนาคตแล้ว ไม้ที่เลือกใช้ ตาไม้จะหายไป จะเห็นเฉพาะลายไม้บางๆส่วนหินสังเคราะห์ เพราะสามารถออกแบบลายหินให้ได้ตาที่ต้องการ ดังนั้น การออกแบบบ้านและตกแต่งภายใจของสถาปนิกและอินทีเรียจำเป็นต้องศึกษาเทรนด์ของแฟชั่นจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อดูความเปลี่ยนแปลง และสามารถคาดเดาเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ เช่น โทนสีโมโนโทน อย่างสีเทา สีขาวขุ่น ยังคงได้รับความนิยม โดยเฉพาะหากเป็นลูกค้าคนไทยจะไม่ชอบสีเข้มมาก เพราะต้องการให้บ้านดู สว่าง

สำหรัเทรนด์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น เป็นบ้าน Over Size ทางเดินในบ้านกว้างกว่าบ้านมาตรฐานทั่วไป ประตูหน้าต่างเน้นทั้งสูงและกว้างเพื่อเปิดพื้นที่โปร่งโล่ง สบาย บันไดเน้นช่วงกว้างมากกว่าปกติและส่วนใหญ่เน้นปลูกสร้างบ้านชั้นเดียว เขาบอกต่อว่า ลูกค้าที่สร้างบ้านสไตล์โมเดิร์นจะเน้นสร้างบ้านชั้นเดียว โดยมีพื้นที่กว้างตั้งแต่ 400-1,000 ตารางเมตร และใช้งบก่อสร้างต่ำประมาณ 25-40 ล้านบาท
“ลูกค้าของจาร์เค็น ชื่นชอบการออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ซึ่งเป็นสไตล์ที่เราถนัด การออกแบบที่ความเรียบง่ายแต่หรูหรา มีลักษณะของการใช้เส้นตรง 2เส้นในตัวบ้าน คือเส้นตรงแนวตั้งและแนวนอนซึ่งเป็ฯเหมือนปรัชญาการออกแบบบ้ายของจาร์เค็นลักษณะบ้านเหมือนกบ่องที่มีแผ่นปูนวางแนวนแนเสียบอยู่ตามส่วนต่างๆของบ้าน เช่นหลังคา หรือผนัง”

ส่วนการออกแบบตกแต่งภายในบ้าน กุลเดช บอกว่า เน้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเป็นหลัก เพราะลูกค้าระดับที่เดินเข้ามาให้จาร์เค็นออกแบบบ้านให้นั้น ส่วนใหญ่เป็นบ้านหลังที่ 2 , 3 หรือ 4 จึงต้องการได้บ้านที่ตอบสนองความต้องการอย่างแท้จริง หลักๆ แล้ว ลูกค้าไฮเอนด์ชื่นชอบพื้นที่ Outdoor Living เพราะส่วนใหญ่เคยใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศมาก่อน เคยชินกับชีวิตกลางแจ้ง ในขณะที่แสงแดดในบ้านเราแรงมากและมีแมลงเยอะ สถาปนิกจึงต้องออกแบบให้มีพื้นที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ เพื่อกันแดดและให้ความร่มรื่น ในส่วนของพื้นที่ปิดหรือห้องติดสวนอาจมีกันสาด เพื่อกันแดดกันฝนโดยใช้หน้าต่างหรือประตูกระจกขนาดใหญ่ เปิดออกสู่ Outdoor Living

ส่วนต่อมาคือ Personal Area ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์มักแตกต่างกันออกไป โดยแต่ละคนจะถ่ายทอดให้นักออกแบบฟังเพื่อเป็นข้อมูล อาทิเช่น คนที่ชอบว่ายน้ำ จะต้องการสระน้ำขนาดใหญ่มีลานกว้างสำหรับเล่นโยคะริมสระ จากโจทย์ที่ได้รับ ทีมงานจะดำเนินการออกแบบสระว่ายน้ำเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยส่วนต่างๆ ของบ้านให้สอดคล้องไปกับสระว่ายน้ำ

ลูกค้าบางคนเล่าว่า กลับถึงบ้านอย่างแรกคือเดินเข้าไปรินไวน์เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องออกแบบจุดเก็บไวน์ของลูกค้าให้อยู่ในจุดแรกๆ ที่เดินเข้ามาแล้วเจอ หลังจากนั้นจึงค่อยออกแบบส่วนต่างๆ ของบ้าน

เขาบอกว่า ลูกค้าของจาร์เค็นชื่นชอบบ้านสไตล์เรียบง่ายแต่หรูหราโดยเล็งเห็นว่าบ้านเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงสถานะทางสังคมลูกค้าที่เดินมาเรา เด็กสุดอายุ22ปีไปจนถึง60ปี หรือมากกว่านั้นก็เคยมี ส่วนงบก่อสร้าง มีตั้งแต่ 25-40 ล้านบาท ซึ่งลูกค้ามักเลือกจ่ายเป็นเงินสดทั้งหมด 9 ปีก่อนตั้งจาร์เค็น ยอดขายของบริษัทมีการเต็มโตเท่าตัวทุกปี ดร.กุลเดช บอกว่า โชคดีทำตลาดในลูกค้าไฮเอนด์ เพราะกำลังซื้อของลูกค้าไม่กระทบกับการขึ้นลงของเศรษฐกิจโลกเลย โดยตอนนี้จาร์เค็นมีลูกค้าไทยและต่างชาติ สัดส่วนอย่างละครึ่ง ปรัชญาออกแบบบ้านที่เรียบง่ายและหรูหรา เน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์ลูกค้า สร้างหลักประกันอย่างหนึ่งว่า จาร์เค็น จะผ่ามรสุมเศรษฐกิจไปได้

“จาร์เค็น” บริษัทสถาปนิกครบวงจร ชูจุดขายวิธีคิดที่แตกต่าง

จาร์เค็นเร่งโปรโมทความเป็นบริษัทสถาปนิกครบวงจร เน้นจุดขายเรื่องวิธีที่แตกต่าง กลุ่ม บริษัทจาร์เค็น บริษัทออกแบบและก่อสร้างเต็มรูปแบบ ดำเนินธุรกิจหลักในด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมและสถาปัตยกรรมภายในสมัยใหม่ ด้วยทีมงานคนรุ่นใหม่ผู้ซึ่งชำนาญการออกแบบในเชิงโมเดิร์น ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างความต้องการพื้นที่อยูอาศัยและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าระดับบน รวมถึงการให้บริการก่อสร้างและตกแต่งที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ หลากหลายโครงการ ทั้งโครงการที่พักอาศัย บูทีค โฮเต็ล คอนโดมิเนียมหรูในกรุงเทพและบนทำเลสุดฮิป เช่น หัวหินและภูเก็ต

นาย กุลเดช สินธวณรงค์ กรรมการผู้จัดการ ของกลุ่มบริษัทจาร์เค็นฯ (JARKEN group of companies) กล่าวว่าจาร์เค็นฯอยู่ในแวดวงออกแบบบ้านมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยได้สร้างสรรค์งานออกแบบและก่อสร้างงานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่มีคุณค่าโดดเด่น ตื่นตา และแตกต่างเสนอผลงานและบริการในตลาดที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม ทั้งนี้ได้ศึกษาวิจัยไลฟ์สไตล์บุคลิกลักษณะและความต้องการของลูกค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยอย่างละเอียดทำให้สามารถตอบโจทย์การออกแบบได้อย่างครบวงจร สำหรับโครงการที่บริษัทดำเนินการออก แบบอยู่ได้แก่

• โครงการวิลล่าระดับบนที่จังหวัดภูเก็ตให้กับกลุ่มดิเวลคอปเปอร์จากสแกนดิเนเวีย โดยพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ Scandinavian Community สไตล์ Cool Modern Luxury ประกอบด้วยวิลล่าหรูพร้อม infinite spa pool จำนวน 39หลัง มูลค่าโครงการกว่า 1,200ล้านบาท

• โครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรซ์ของกลุ่มทุนจากสิงคโปร์ขนาดพื้นที่ 25,000 ตร.ม. มูลค่ากว่า600ล้านบาท

นอกจากนี้ยังได้ออกแบบ ก่อสร้างและตกแต่งโครงการที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ให้แกกลุ่มลูกค้าชาวไทย และต่างประเทศ รวมกว่า 30 โครงการ มูลค่ากว่า 300ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการพันธมิตรธุรกิจ ร่วมมือกับบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจควบคู่กับงานออกแบบและก่อสร้าง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริการ เช่น โครงการร่วมลงทุนกับกลุ่มบริษัท Schneider Electric ผู้เชี่ยวชาญระบบไฟฟ้าและสารสนเทศระดับโลกเพื่อร่วมให้บริการงานก่อสร้างแบบครบวงจร ทั้งงานทางด้านการวางระบบการสื่อสารสนเทศ งานระบบไฟฟ้า การออกแบบและวางระบบโครงสร้างอาคาร และงานก่อสร้างอาคารให้กับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ในประเทศไทย