BACK

ปรัชญาบ้านจาร์เค็น อภิมหา ‘กากบาท’

“กากบาท” เกิดจากการตัดกันเส้นตรงแนวตั้ง และแนวนอน แนวเส้นที่พลิกจากความธรรมดามาเป็นปรัชญาการออกแบบ เรียบง่ายแต่ดูหรูหราของ “จาร์เค็น” (JARKEN) บ้านหรูหลังที่ 3 ราคา สตาร์ท 25 ล้านบาท มีไว้สำหรับอภิมหาลูกค้าเท่านั้นจับจอง เทรนด์การออกแบบงานสถาปัตยกรรม อาคาร บ้านเรือน หมุนช้ากว่าแวดวงแฟชั่นประมาณ1-2 ปี โดยเฉพาะการออกแบบบ้านระดับไฮเอนด์ที่อดีตเทรนด์การออกแบบบ้านไฮเอนด์สไตล์โมเดิร์นเกาะติดอยู่กับอารมณ์แข็งๆ สไตล์กล่องสี่เหลี่ยม สวนทางกับปัจจุบันเทรนด์พลิกผันเป็นสไตล์โมเดิร์นแนววินเทจ ขณะที่ในอีก 1-2 ปีข้งหน้า บ้านโมเดิร์นยังคงยึดแนวแบบกล่องแต่ให้อารมณ์ของความเป็นเอเชีย หรือ Oriental เข้าไปผสมมากขึ้น เพื่อให้บ้านดูอบอุ่นและเข้ากับวิถีการอยู่อาศัยของคนเอเชีย

ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท จาร์เค็นฯ (JARKEN) บริษัทออกแบบ ก่อสร้างและตกแต่งภายใน บอกว่าอารมณ์ของความเป็นเอเชียที่เข้าไปผสมในบ้านโมเดิร์นจะสื่อผ่านวัสดุประเภทไม้และหิน โดยในอดีตหากเป็นสไตล์เอเชี่ยนการออกแบบจะสุดโต่งไปเลย เช่น เลือกใช้ไม้ที่มีตาไม่เยอะๆ หากแต่เป็นเทรนด์ในอนาคตแล้ว ไม้ที่เลือกใช้ ตาไม้จะหายไป จะเห็นเฉพาะลายไม้บางๆส่วนหินสังเคราะห์ เพราะสามารถออกแบบลายหินให้ได้ตาที่ต้องการ ดังนั้น การออกแบบบ้านและตกแต่งภายใจของสถาปนิกและอินทีเรียจำเป็นต้องศึกษาเทรนด์ของแฟชั่นจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อดูความเปลี่ยนแปลง และสามารถคาดเดาเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ เช่น โทนสีโมโนโทน อย่างสีเทา สีขาวขุ่น ยังคงได้รับความนิยม โดยเฉพาะหากเป็นลูกค้าคนไทยจะไม่ชอบสีเข้มมาก เพราะต้องการให้บ้านดู สว่าง

สำหรัเทรนด์ใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น เป็นบ้าน Over Size ทางเดินในบ้านกว้างกว่าบ้านมาตรฐานทั่วไป ประตูหน้าต่างเน้นทั้งสูงและกว้างเพื่อเปิดพื้นที่โปร่งโล่ง สบาย บันไดเน้นช่วงกว้างมากกว่าปกติและส่วนใหญ่เน้นปลูกสร้างบ้านชั้นเดียว เขาบอกต่อว่า ลูกค้าที่สร้างบ้านสไตล์โมเดิร์นจะเน้นสร้างบ้านชั้นเดียว โดยมีพื้นที่กว้างตั้งแต่ 400-1,000 ตารางเมตร และใช้งบก่อสร้างต่ำประมาณ 25-40 ล้านบาท
“ลูกค้าของจาร์เค็น ชื่นชอบการออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ซึ่งเป็นสไตล์ที่เราถนัด การออกแบบที่ความเรียบง่ายแต่หรูหรา มีลักษณะของการใช้เส้นตรง 2เส้นในตัวบ้าน คือเส้นตรงแนวตั้งและแนวนอนซึ่งเป็ฯเหมือนปรัชญาการออกแบบบ้ายของจาร์เค็นลักษณะบ้านเหมือนกบ่องที่มีแผ่นปูนวางแนวนแนเสียบอยู่ตามส่วนต่างๆของบ้าน เช่นหลังคา หรือผนัง”

ส่วนการออกแบบตกแต่งภายในบ้าน กุลเดช บอกว่า เน้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเป็นหลัก เพราะลูกค้าระดับที่เดินเข้ามาให้จาร์เค็นออกแบบบ้านให้นั้น ส่วนใหญ่เป็นบ้านหลังที่ 2 , 3 หรือ 4 จึงต้องการได้บ้านที่ตอบสนองความต้องการอย่างแท้จริง หลักๆ แล้ว ลูกค้าไฮเอนด์ชื่นชอบพื้นที่ Outdoor Living เพราะส่วนใหญ่เคยใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศมาก่อน เคยชินกับชีวิตกลางแจ้ง ในขณะที่แสงแดดในบ้านเราแรงมากและมีแมลงเยอะ สถาปนิกจึงต้องออกแบบให้มีพื้นที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ เพื่อกันแดดและให้ความร่มรื่น ในส่วนของพื้นที่ปิดหรือห้องติดสวนอาจมีกันสาด เพื่อกันแดดกันฝนโดยใช้หน้าต่างหรือประตูกระจกขนาดใหญ่ เปิดออกสู่ Outdoor Living

ส่วนต่อมาคือ Personal Area ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์มักแตกต่างกันออกไป โดยแต่ละคนจะถ่ายทอดให้นักออกแบบฟังเพื่อเป็นข้อมูล อาทิเช่น คนที่ชอบว่ายน้ำ จะต้องการสระน้ำขนาดใหญ่มีลานกว้างสำหรับเล่นโยคะริมสระ จากโจทย์ที่ได้รับ ทีมงานจะดำเนินการออกแบบสระว่ายน้ำเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยส่วนต่างๆ ของบ้านให้สอดคล้องไปกับสระว่ายน้ำ

ลูกค้าบางคนเล่าว่า กลับถึงบ้านอย่างแรกคือเดินเข้าไปรินไวน์เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องออกแบบจุดเก็บไวน์ของลูกค้าให้อยู่ในจุดแรกๆ ที่เดินเข้ามาแล้วเจอ หลังจากนั้นจึงค่อยออกแบบส่วนต่างๆ ของบ้าน

เขาบอกว่า ลูกค้าของจาร์เค็นชื่นชอบบ้านสไตล์เรียบง่ายแต่หรูหราโดยเล็งเห็นว่าบ้านเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงสถานะทางสังคมลูกค้าที่เดินมาเรา เด็กสุดอายุ22ปีไปจนถึง60ปี หรือมากกว่านั้นก็เคยมี ส่วนงบก่อสร้าง มีตั้งแต่ 25-40 ล้านบาท ซึ่งลูกค้ามักเลือกจ่ายเป็นเงินสดทั้งหมด 9 ปีก่อนตั้งจาร์เค็น ยอดขายของบริษัทมีการเต็มโตเท่าตัวทุกปี ดร.กุลเดช บอกว่า โชคดีทำตลาดในลูกค้าไฮเอนด์ เพราะกำลังซื้อของลูกค้าไม่กระทบกับการขึ้นลงของเศรษฐกิจโลกเลย โดยตอนนี้จาร์เค็นมีลูกค้าไทยและต่างชาติ สัดส่วนอย่างละครึ่ง ปรัชญาออกแบบบ้านที่เรียบง่ายและหรูหรา เน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์ลูกค้า สร้างหลักประกันอย่างหนึ่งว่า จาร์เค็น จะผ่ามรสุมเศรษฐกิจไปได้

กรุงเทพธุรกิจ